เคาะฝาโลง : ธุรกิจ "กล้วยแขก"

โดย… ส้มจี๊ด

เชื่อว่าทุกคนต้องรู้จักกล้วยแขก และคงเคยลิ้มชิมมัน อาจจะชอบหรือไม่ ก็แล้วแต่รสนิยมของแต่ละคน ส่วนตัวส้มจี๊ดต้องถือว่าชอบมาก เป็นของว่างที่คลาสสิคของส้มจี๊ดประเภทหนึ่งเลย แต่ถ้าอยากทาน ต้องไปหาซื้อตามตลาดหรือท้องถนน ถ้าเดินตามห้าง เห็นทีจะต้องอด เพราะของว่างอย่างนี้ยังไม่ได้ขึ้นห้าง หรืออาจจะขึ้นแล้ว แต่ส้มจี๊ดอาจจะไม่รู้ เมื่อหาซื้อตามท้องถนน ก็ต้องยอมรับว่าอนามัยอาจจะไม่ถูกสุขลักษณะ ซึ่งในอดีตอาหารบนท้องถนนอาจจะถือว่ามีสุขลักษณะที่เข้ายุคสมัยนั้น แต่ปัจจุบันรถก็มาก ควันเสียจากรถยนตร์ บวกกับมลภาวะต่าง ๆ อาจจะทำให้อาหารบนท้องถนนไม่ได้มาตราฐานตามหลักวิชาการ แต่ส้มจี๊ดก็ยังชอบทานเจ้าค่ะ

เกริ่นนำมาค่อนข้างยาว เพื่อมาชี้ให้เห็นถึงข่าวสั้น ๆ หนึ่งก็คือ น้ำมันที่ได้จากการทอดกล้วยแขกนั้นได้มาจากน้ำมันที่ใช้แล้วของอาหาร ฟาสต์ฟู๊ด จำพวกเคเอฟซี, แมคโดนัลด์ ที่ขายต่อให้บรรจุขายกับร้านอาหารข้างทางจำพวกกล้วยแขก นักวิชาการท่านออกมาชี้ว่าน้ำมันเหล่านี้สามารถนำมาใช้เป็นวัตถุดิบในการ ผลิต “ไบโอดีเซล” ได้ดี สมควรนำมาให้ท่านในการผลิต และชี้ต่อไปว่าน้ำมันที่นำทอดกล้วยแขกนั้น หากใช้ไปหลายครั้ง จะมีสารทำให้เกิดมะเร็งขึ้นกับคนทาน และบอกว่าที่ต้องพูดเพราะว่าสงสารคนทานที่เป็นคนส่วนใหญ่ ถึงแม้จะมีผลกระทบกับคนหาเช้ากินค่ำ แต่คิดว่าเพื่อคนส่วนใหญ่ก็ต้องชี้แจง

เจตนาดีของท่าน ส้มจี๊ดขอน้อมนับถือ เพียงแต่ว่าในฐานะที่ท่านเป็นนักวิจัย ไฉนเมื่อคิดค้นสูตรไบโอดีเซลช่วยชาติได้แล้ว ไฉนไม่คิดหาวิธีคิดค้นน้ำมันราคาถูกที่ปลอดสารให้กับพ่อค้าแม่ขายข้างถนนเหล่านี้บ้าง ซึ่งการใช้น้ำมันเก่าหลายหน ทำให้เป็นมะเร็ง เป็นเรื่องที่ควรชี้แจง แต่ขณะเดียวกันมาตราการแก้ไขควรจะต้องมี ไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นเรื่องด้านเดียวไป เหมือนตาบอดคลำช้าง คือมุ่งแต่ประเด็นใดประเด็นหนึ่ง

กล้วยแขกเป็นอาชีพหนึ่งที่ถือว่าเป็นธุรกิจเอสเอ็มอี แน่นอนหากเทียบกับกลุ่มฟาสต์ฟู๊ดส์ที่มีศักยภาพในการประหยัดต่อหน่วย จนสามารถแสวงหาต้นทุนต่ำสุดมารองรับผู้บริโภคได้ กลุ่มกล้วยแขกต้องสู้ไม่ได้ในการหาวัตถุดิบที่ต้นทุนต่ำสุด ในขณะที่คุณภาพเหมาะสม ดังนั้นปัญหานี้มันไม่ง่ายแต่เพียงการพูด การผลิตน้ำมันปาล์มที่ถูก ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ไม่กี่ค่าย เพื่อเป็นวัตถุดิบที่เหมาะสมต่อกลุ่มธุรกิจเอสเอ็มอี น่าจะเป็นวาระแห่งชาติได้วาระหนึ่ง เพราะหากให้พวกเขายืนอยู่ได้ในสังคม ในกฎเกณฑ์มาตราฐานโลกานุวัตร ก็คงต้องมีวิธีสนับสนุนให้พวกเขาเข้มแข็งได้เช่นกัน ซึ่งส้มจี๊ดว่าปัญหานี้แก้ไม่ง่ายเลย หรือไม่มีใครใส่ใจจะแก้ เพราะไม่เห็นช่วยเสริมภาพพจน์ ประเด็นผู้ก่อการร้าย จึงตกเป็นของพ่อค้าแม่ขาย “กล้วยแขก” ไปเสียฉิบ

นโยบายประเภทโลกาภิวัฒน์มุ่งสู่สากล แต่ทำร้ายรากหญ้าของกลไกบ้านเรา ยังมีมาก ตัวอย่างง่าย ๆ อีกตัวอย่างก็เช่น นโยบายอาหารจานละยี่สิบบาท ซึ่งเมื่อก่อนเห็นว่าจะสร้างศูนย์อาหารเองให้พ่อค้าแม่ขายมาขายกันได้อิสระ ไป ๆ มา ๆ กลายเป็นไปตกร่วมกับบิ๊กโฟร์ อาทิ เทสโก้, คาร์ฟูรล์, บิ๊กซี, แมคโคร ทำให้พ่อค้าแม่ขายกลายเป็นไก่ในเล้า ถูกเขาหลอกให้ร่วมในอัตรากำไรที่ต่ำกว่าที่ควรจะได้รับ เพียงแค่เป็นเครื่อง Sales Promotion สนับสนุนกิจกรรมของพวกเขาเอง แต่ผลร้ายพ่อค้าแม่ขายอาหารตามห้องแถว ตามท้องถนนจะไปสู้กับกลุ่มบิ๊กโฟร์ได้อย่างไร มันเป็นนโยบายที่กลับมาทำลายความเข้มแข็งชุมชนของตนเอง ตัวอย่างเหล่านี้ส้มจี๊ดเสนอว่าน่าจะมี Work Shop นะเจ้าค่ะ ท่านทักษิณ เพื่อว่ากลไกการค้าขายระดับรากหญ้าที่ท่านหวังจะได้เดินเต็มลูกสูบ ไม่นั้นเตะลูก จะไปเข้าเท้าของคนไม่กี่คนนะเจ้าค่ะ.