เคาะฝาโลง : ชาติ…

โดย… ส้มจี๊ด

เพื่อชาติ … วลีนี้กำลังฮิตในยุคไทยไอเอ็มเอฟ แต่รับรองว่าความหมายของชาติของแต่ละคนมันแตกต่างกันแน่ ซับซ้อนและซ่อนเงื่อน เหมือนองค์กรซ่อนเงื่อน มันไม่ใช่ยุคกรุงศรีอยุธยา ที่สามารถชี้นิ้วได้เลยว่า “คนไทยที่เปิดประตูป้อมรับพม่า เป็นคนขายชาติ” ทุกวันนี้นิ้วที่ชี้ไปกล่าวหาคนโน้นคนนี้ว่า “ขายชาติ” อาจจะถูกอีกสี่นิ้วที่ชี้กลับมาว่า “คุณนั่นแหละขายชาติ”

ความซับซ้อนของมิติ “เพื่อชาติ” นั้นทำให้เกิดเหตุการณ์หลายอย่างที่สถานการณ์ปกติไม่เกิด แต่ดันมาเกิดในยุคดิจิตอลนี้ ไม่ว่า “เสียบเพื่อชาติ” หรือ “อุ้ม … เพื่อชาติ” ความละเอียดอ่อนของปัญหาทำให้เกิดความขัดแย้งทางความคิดของกลุ่มคนในชาติ เดียวกันอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

ยก ตัวอย่างง่าย ๆ เช่น การควบคุมธุรกิจขายปลีกข้ามชาติขนาดใหญ่ จนบัดนี้ยังไม่สามารถจบประเด็นเลยว่าควรควบคุมหรือไม่ ถ้ามันง่ายเหมือนปอกกล้วย ส้มจี๊ดว่าปัญหาคงจบไปได้นานแล้ว ฝ่ายหนึ่งเห็นว่าถ้าไม่ควบคุมธุรกิจของคนไทยที่เป็นร้านค้าขนาดเล็กขนาดกลาง ขาดเงินทุน เทคโนโลยี อำนาจการต่อรองต่าง ๆ จะสูญหายไป และมีผลต่อสังคม อีกฝ่ายเห็นว่าธุรกิจเหล่านี้นำเงินตราเข้ามาสร้างงานให้คนจำนวนมาก ขับเคลื่อนจรวด GDP ให้เคลื่อนที่ไปข้างหน้ามากกว่า ดังนั้นควรสนับสนุน ถกไปถกมาก็ไม่รู้ว่าฝ่ายไหนจะถูกต้องมากกว่ากัน เพราะระยะสั้นและระยะยาวที่แต่ละคนเห็นต่างกัน ฝ่ายหนึ่งเห็นคนไทยจนลง ๆ แต่อีกฝ่ายเห็นว่าโลกมันเข้าสู่ยุคโลกาภิวัฒน์ จะมาปิดประเทศไม่ได้ ยังไง ๆ ก็ต้องพึ่งบรรษัทข้ามชาติ แม้ว่าเงินตราจะไหลออก แต่ถ้าไม่พึ่งเทคโนโลยีต่างชาติ ไทยก็จะล้าหลัง ต่างคนต่างถูก แต่ใครถูกมากกว่ากันนั้น ส้มจี๊ดว่าคงต้องไปดูประวัติศาสตร์ในอนาคตอีกสองร้อยปีข้างหน้า ว่าลูกหลานเขาคิดกับบรรพบุรุษตัวเองอย่างไร

ผลประโยชน์ที่เป็นตัวเลขซึ่งแปลงออกมาเป็นเงิน ไม่ว่าจะบาทหรือดอลล่าห์ มันได้ถีบให้แต่ละคนคิดต่างมุม ต่างยึดตัวกู ของกู จนบดขยี้อีกฝ่ายให้ย่อยยับ ขาดความอารีของศาสนาเป็นตัวรั้ง ก็หวังว่ายุครุ่งโรจน์จะกลับมาฟื้นตัว อุ๊ย ฟื้นชาติเจ้าค่ะ สุดท้ายยังไง ๆ ส้มจี๊ดก็ขอเขียนเพื่อชาติ … เหมือนกันเจ้าค่ะ.