เคาะฝาโลง : ชาติไทยเสรี

โดย… ส้มจี๊ด

ส้มจี๊ดต้องขออภัยที่ฉบับที่แล้วหนีหน้าหายไปไม่บอกกล่าว ความจริงส้มจี๊ดไม่อยาก “แวบ” หรอก เพียงแต่แบตเตอรี่การเขียนมันหดหาย จึงต้องขออนุญาตโดยไม่บอกกล่าวแอบไปชาร์จแบตเตอรี่ แต่ขอรับรองว่าไม่ได้ไปชาร์จผิดที่เหมือนใครบางคน จนเบลอ ๆ ไป

เห็นชื่อเรื่องวันนี้ไม่ต้องตกใจ คิดว่าพรรคการเมืองใหม่ หรือพรรคชาติไทยผสมกับพรรคเสรีธรรม เพียงแต่ว่าหมู่นี้ส้มจี๊ดเห็นโรค “การค้าเสรี” จับสมองของผู้นำประเทศหลายคน จึงขอเล่นด้วยคนเจ้าค่ะ อันว่า “การค้าเสรี” ฟังก็ดูดีออก มันคงไม่มีการกีดกันการทำมาค้าขาย แต่จริง ๆ แล้วมันอยู่ภายใต้กรอบความคิดที่ว่า “การไหลอย่างเสรีของทุน” ซึ่งก็คือผู้มีเงิน สามารถทำการค้าขายได้คล่องกว่าคนที่มีทุนน้อย ส่วนทุนน้อยก็ต้องหมอบให้ทุนมาก คือยอมเป็นพวกเขา หรือไม่ก็ล้มหายตายจากไปเลย

อย่าถามหาความยุติธรรมกับการค้าเสรี เพราะเงินซึ่งก็คืออัตราการเติบโตของประเทศ (GDP) เป็นคำตอบสุดท้ายของเกมเศรษฐีนี้ มันต่างจากวลีในอดีตของคนไทยที่จารึกในหลักศิลาว่า “ใครใคร่ค้า ค้า ใครใคร่ขาย ขาย” ถ้าส้มจี๊ดเขียนผิดก็ต้องขออภัยด้วย เพราะหลงลืมตามวัยของตัวเอง แต่รับรองจิตวิญญาณของประโยคนี้มันต่างจากเสรีที่เหล่าผู้นำพูดถึงแน่

การค้าเสรีที่เป็นธรรม ส้มจี๊ดของย้ำคำว่า “เป็นธรรม” มากกว่า “ยุติธรรม” เพราะส้มจี๊ดเชื่อในหลักธรรมของศาสนามากกว่าหลักยุติธรรมของกฎหมาย เราควรเห็นแก่ชุมชน สิ่งแวดล้อม สถาบันครอบครัว มากกว่าแค่เงินอย่างเดียว บางครั้งการค้าเสรีอาจจะนำมากซึ่งอัตราเติบโตเศรษฐกิจที่สูงปรี๊ด แต่บอกได้ว่ามันอยู่กับกลุ่มคนแค่หยิบมือเดียว เหมือนผู้บริหารคนหนึ่งในอดีตได้เงินเดือนเป็นล้านบาทในบริษัทของตนเอง แต่พอทำงานการเมืองเหลือเงินเดือนแค่แสนบาท ฟังแล้วน่าสงสาร แต่ถ้าเทียบกับรายได้ค่าแรงรายวันวันละประมาณร้อยเจ็ดสิบกว่าบาท มันเทียบไม่ได้ ช่องว่างคนมันต่างนัก ดังนั้นหากหวังว่าคนหยิบมือที่สร้างความรุ่มรวยและความเจริญให้กับประเทศ จะเป็นแรงฉุดให้คนระดับล่างอยู่อย่างสุขสบายแล้วละก็ ส้มจี๊ดว่าไม่จริง เพียงแต่เราควรทำให้คนระดับล่างสามารถอยู่กินได้อย่างผาสุก มุ่งหาอบายมุขที่น้อยลง ส้มจี๊ดว่าจะดีกว่ารอหัวรถจักรของการค้าเสรีมาฉุดนำประเทศ

ร่ายมาตั้งนานท่ามกลางอากาศที่ร้อนอบอ้าว ไฟในตัวส้มจี๊ดก็เดือดปุด ๆ อยากให้ประเทศไทยอยู่อย่างเป็นธรรมจริง ๆ เด็กข้างถนนล้วนรอความหวังจากผู้นำเงินล้านของเรา แต่อย่างว่าเดี๋ยวนี้ความจริงของเราอยู่อย่างตัวใครตัวมัน อากาศร้อนเร่งแอร์ เปิดแอร์อย่างสุด ๆ ค่าไฟขึ้นกระฉูด ดุลเงินไหลออกตามน้ำมัน หรือต้องสร้างเขื่อนเพิ่ม และยังผลักอากาศร้อนออกสู่ภายนอก ปากก็ว่า “ร้อน ๆ ขึ้นทุกปี” แต่ความจริงส่วนหนึ่งของกระทำของคนเราที่อยากสบายอยู่คนเดียว ทำให้อากาศร้อนขึ้น ก็ต้องอนาถกับชะตาของโลกใบนี้ ผู้อ่านอย่างงนะเจ้าค่ะว่าส้มจี๊ดบ้า มันเหมือนคนละเรื่อง แต่จะบอกว่า “การกระทำเสรีบางครั้ง มันทำร้ายส่วนรวมในภายหน้า” เจ้าค่ะ.