เสพอักษร : หนังสือพิมพ์

สวัสดีครับแฟนๆเสพอักษรทุกๆท่าน

เป็นอย่างไรบ้างครับ สงกรานต์ที่ผ่านมา คงสนุกสนานกันเต็มที่ สำหรับผู้เขียนคงจะแก่ไปสำหรับการไปเล่นสาดน้ำ เลยอยู่แต่บ้าน หาหนังสือมาอ่านก็ดีเหมือนกันไม่สิ้นเปลืองเงินทอง

อยู่ที่บ้านช่วงสงกรานต์ ขอสารภาพว่าได้อ่านแต่หนังสือพิมพ์ ได้อ่านเต็มๆเลยครับ อ่านทุกหน้า อ่านแบบละเอียดยิบ ซึ่งที่ผ่านๆมาอ่านแบบผ่านๆ พอได้อ่านละเอียดขนาดนี้จึงได้รู้ว่าหนังสือพิมพ์ไม่เหมาะกับเด็กครับ(ทัศนะ ส่วนตัวของผู้เขียน) ความจริงแล้วผู้เขียนเคยกล่าวไว้ว่า หนังสือพิมพ์เป็นหนังสือที่สร้างให้ผู้เขียนรักการอ่าน เพราะที่บ้านรับหนังสือพิมพ์รายวัน

ส่วนที่ไม่เหมาะกับเด็กที่ชัดเจนที่สุด คือหน้าแรกของหนังสือพิมพ์ ไม่ว่ากรอบเล็กกรอบใหญ่ ล้วนใช้คำที่หวือหวา หรือใช้คำย่อต่างๆ แม้แต่ผู้ใหญ่บางครั้งก็ไม่สามารถเข้าใจความหมายเหล่านี้ได้ ถ้าไม่ได้ติดตามข่าวมาตลอด เพราะฉะนั้นไม่ต้องไปพูดถึงเด็ก นี่ยังไม่ได้นับรวมภาพข่าวที่ไม่เหมาะสม หรือภาพหวือหวายั่วยุกามมารมณ์ในฉบับวันเสาร์ หรืออาทิตย์ของหนังสือพิมพ์บางฉบับ แต่ก็ต้องขอชมเชยบางฉบับที่ทั้งคำและภาพข่าวยังพอทนได้ หรือหน้าสำหรับเด็กๆในวันหยุด ส่วนการตรวจคำผิดก่อนนำเสนอก็ต้องเห็นใจทางหนังสือพิมพ์ที่ต้องทำงานแข่งกับเวลา จนทำให้มีคำผิดเยอะแยะในหนังสือพิมพ์แต่ละฉบับ

ที่กล่าวๆมาไม่ใช่หนังสือพิมพ์จะมีแต่เรื่องไม่ดีสำหรับเด็ก เรื่องดีๆก็มีเยอะแยะ ความใหม่ของเรื่องราวต่างในโลกที่เกิดขึ้น ไม่ว่าความรู้ทางการศึกษา ความบันเทิง ศิลปหรือวัฒนธรรม ล้วนหาได้จากหนังสือพิมพ์ทั้งสิ้น เพราะหนังสือพิมพ์ออกทุกวัน และมีการแข่งขันการนำเสนอ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นสำหรับเด็กเล็กๆที่ยังไม่สามารถใช้วิจารณญาณของตนเองได้ พ่อแม่ควรมีส่วนช่วยเหลือ

ต้องยอมรับถึงการพาดหัวข่าวว่า เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยทำให้ขายดี บ่อยครั้งเราซื้อเพราะหัวข่าว แม้ข้างในรายละเอียดของข่าวจะแห้งแล้งเสียเต็มที สำหรับพาดหัวแล้วความหมายของคำย่อ ชื่อเล่นหรือฉายาที่นักข่าวใช้เรียกบุคคลสำคัญภายในประเทศ คนที่อ่านแล้วจะเข้าใจในระดับหนึ่ง น่าจะต้องเป็นแฟนพันธ์แท้ของหนังสือพิมพ์และข่าวสารบ้านเมือง เพราะถ้าคนที่ไม่เคยรับรู้เรื่องราวเหล่านี้ ต้องงงเป็นไก่ตาแตกแน่ๆ อย่างเช่นพาดหัวเหล่านี้ผู้อ่านเห็นแล้วคิดอย่างไรบ้าง วาระซ่อนเร้นย้าย”มธ” ฟาด”โท-เอก” 60ล./ปี หรือ 3ปี”เต่า พาศก.ลงหลุม นี่ยังไม่นับรวมพาดหัวของหนังสือพิมพ์ข่าวชาวบ้านบางฉบับ ที่ชอบลงเรื่องราวเกี่ยวกับความเชื่องมงายของชาวบ้าน เช่นควายออกลูกมีหน้าคล้ายหมู หรือคนเมาสุราอาละวาดกัดกับหมาโดเบอแมน ซึ่งมีคนเคยกล่าวถึงเรื่องที่จะเป็นข่าวได้คือ หมากัดคนไม่เป็นข่าวแต่ถ้าคนไปกัดหมาเข้าละก้อดังแน่ๆ

สรุปว่าหนังสือทุกชนิดมีทั้งดี ไม่ดี พ่อแม่ผู้ปกครองควรพิถีพิถันในเรื่องนี้ ไม่ควรเพียงแต่เห็นว่าลูกรักการอ่านก็อัดเข้าไป ไม่ต้องสนกันหรอกว่าหนังสือนั้นมีประโยชน์หรือไม่ ผู้เขียนคนหนึ่งแหละที่จะไม่ยอมให้ลูกอ่านหนังสือที่ไม่มีประโยชน์ จนกว่าเข้าจะโตพอที่จะรู้ได้ด้วยตัวเองว่ามันไม่มีประโยชน์ตรงไหน

นักอ่านไส้แห้ง