ผักริมรั้ว สวนครัวข้างบ้าน : โอ้..เจ้าพวงชมพู… ใครจะรู้ว่ากินได้

ฉันกับแม่กลับจากตลาดแดดก็เริ่มแรงแล้ว ด้วยความที่ตลาดอยู่ห่างจากบ้านประมาณ 20 กิโลเมตร เราจึงไปตลาดเพื่อซื้อของแห้ง และเนื้อสัตว์อาทิตย์ละครั้ง จันทร์กำลังรดน้ำแปลงผักข้างครัว วางมือมาช่วยถือของ

“วันนี้แม่ซื้อขนมจีนมาด้วย … ทำขนมจีนน้ำพริกนะคะแม่” จันทร์ช่วยเก็บของเข้าที่
“จ้ะ…แม่เห็นว่าจันทร์ชอบ แล้วก็ไม่ได้กินเสียนาน …. แล้วรดน้ำเสร็จแล้วหรือลูก ไปทำต่อก็ได้เดี๋ยวแม่กับพี่ตะวันเก็บกันเอง” แม่ตอบ
“เสร็จแล้วละค่ะแม่ จันทร์เดินไปดูฟักทองที่เจ้าไทมาปลูก ลูกโตแล้วนะคะ”
“แม่เก็บขายไปรุ่นนึงแล้วล่ะจันทร์ พี่ก็เขียนจดหมายไปบอกไทว่าฟักทองที่ไทมาปลูก ตอนนี้ทำ Jack-o’-lantern ได้แล้ว คงจะดีใจแน่…แม่จะทำน้ำพริกเลยไหมคะ ตะวันจะเตรียมเครื่องไว้ให้เลย”
“เอาสิลูก….จันทร์ไปเก็บผักมาทอดแกล้มขนมจีนสิลูก ตะกร้าอยู่ตรงที่คว่ำจานแน่ะ เก็บมาเผื่อทอดไปถวายเพลหลวงลุงด้วยนะ”

แม่พาจันทร์ไปกราบนมัสการหลวงลุง ซึ่งเป็นพี่ชายคนโตของแม่ ตอนที่ท่านยังเด็กอาศัยวัดเป็นที่เรียนหนังสือ ท่านรักเรียนมากแต่ตากับยายไม่มีเงินส่งให้เรียนจึงให้หลวงลุงบวชเรียนทางธรรม ด้วยความที่ใกล้พระใกล้วัด และถูกอบรมสั่งสอนโดยหลวงตาที่เป็นเจ้าอาวาสมาตั้งแต่ยังเด็ก หลวงลุงจึงศรัทธาในพระพุทธศาสนามาก บวชมาเกือบสามสิบพรรษาแล้ว ถวายเพลหลวงลุงแล้วจึงกลับ

“จันทร์…ไปเด็ดพวงชมพูข้างวัดมาทำไม บาปตายเลย” ฉันเห็นจันทร์ถือยอดพวงชมพูมากำมือหนึ่ง
“หลวงลุงอนุญาตแล้วจ้ะพี่ตะวัน แถมยังบอกให้เด็ดมาเยอะๆเอามาชุบแป้งทอดแกล้มขนมจีนอีก” จันทร์เดินถือเข้าครัวไปล้างเตรียมทอด….ฉันงง
“กินได้หรือคะแม่…ตะวันไม่ทราบมาก่อนเลย เห็นปลูกเลื้อยไว้ทำรั้วให้สวยๆ”
“ได้สิลูก…แม่ก็ลืมไปหลวงลุงเคยบอกแม่นานแล้วว่ากินได้ สมัยที่หลวงลุงธุดงค์ไปที่ไชยา หลวงลุงว่าทางใต้เขาเอามาลวกจิ้มน้ำพริกบ้าง ผัดใส่ไข่ยังได้เลย”
“หัวที่อยู่ใต้ดินก็เอามาต้มกินได้นะพี่ตะวัน จันทร์เด็ดยอดมาลองชุบแป้งทอดดูก่อน ถ้าอร่อยคราวหน้าค่อยลองขอหัวมาต้มมั่ง”

เรา นั่งล้อมวงกินข้าวกันสามแม่ลูก ผักที่นำมาทอดมีหลายอย่าง หาได้ในบ้านทั้งนั้น เช่น ใบพริก ใบทองหลาง ใบเล็บครุฑ ใบตำลึง ผักบุ้ง ถั่วฝักยาว หัวปลีสด ฯลฯ ทั้งอร่อยและปลอดภัย เราไม่ได้อยู่พร้อมกันนานมากแล้ว ตั้งแต่กลางจันทร์สอบชิงทุนรัฐบาลเยอรมันได้เมื่อสองปีที่แล้วก็เพิ่งกลับมา เยี่ยมบ้านครั้งนี้ ส่วนปลายดาวน้องสาวคนเล็กพอจบปริญญาโทที่ออสเตรเลียก็แต่งงาน สร้างครอบครัวอยู่ที่นั่นมาเกือบสี่ปีแล้ว แต่ก็กลับมาเยี่ยมบ้านปีละ 2-3 ครั้ง

“พี่ตะวันรู้ไหม พวงชมพูเนี่ยฝรั่งเค้าเรียกว่า Chain of love นะ”
“อ๋อ…เพราะใบเป็นรูปหัวใจใช่ไหม อืมม….จริงสิ เหมือนเอาหัวใจมาร้อยเป็นเส้นยาวๆเลยนะ”
“คิดถึงดาวนะคะแม่ ถ้าดาวอยู่ต้องมีแกงเขียวหวานไก่อีกอย่าง” จันทร์ตักน้ำพริกราดขนมจีนส่งให้แม่
“อยู่ที่เยอรมันคิดถึงบ้านจะแย่ คิดถึงกับข้าวฝีมือแม่” จันทร์หันมายักคิ้วกับฉัน
“อย่ามาประจบแม่ ที่โน่นก็มีอาหารไทยกิน จันทร์ก็ซื้อมาทำเองออกบ่อยนี่” แม่ยิ้ม
“มันไม่เหมือนแม่ทำนี่คะ แม่รู้ไหมคะที่โน่นเค้าไม่ค่อยทำอาหารกัน มัวแต่ทำงานหาเงิน แล้วเอาเงินไปซื้อมากินกันในครอบครัว”
“เมืองไทยก็มีเยอะไปจ้ะ หลายคนถือว่าเงินคือความสุข ใครที่หาได้มากถือว่าเก่ง และเป็นคนที่ประสบความสำเร็จในชีวิต” ฉันว่า
“เรากำลังทำลายสังคมที่เป็นรากหรือเป็นแก่นของเราจนเกือบหมดแล้วละลูก เมื่อสมัยตากับยาย และสมัยแม่ยังเด็กๆ สังคมไทยเป็นเรื่องของมนุษย์ มีความผูกพันกันทุกระบบสังคม ตอนนั้นความสุขคือการได้แบ่งปัน เป็นการร่วมสุขร่วมทุกข์กัน เป็นเหมือนกันทั้งระบบสังคม” แม่อธิบาย
“ตอนนี้ไม่มีใครรู้จักความสุขที่แท้จริงนะคะแม่” จันทร์ต่อ
“ตอนนี้ต่างคนต่างให้ความหมายกันไป ถ้าเราให้ความสำคัญกับอะไรมากสิ่งนั้นก็เป็นความสุขสูงสุดในชีวิตนั่นแหละจ้ะ” แม่ตอบ
“สังคมเมื่อก่อนให้ความสำคัญกับอะไรคะแม่” ฉันถามบ้าง
“สังคมเมื่อก่อนเป็นสังคมแม่จ้ะ ผู้หญิงเป็นใหญ่ในบ้าน เขาถึงเรียกว่า แม่ศรีเรือน เมื่อก่อนผู้ชาย ไปขอสาวมาเป็นแม่เรือนต้องเอาเงินเอาทองไปขอ แต่งงานแล้วต้องเข้ามาอยู่บ้านผู้หญิง ถือว่าผู้ชายเป็น ขี้ข้าเงินแถม มาอยู่บ้านผู้หญิงก็ต้องออกไปทำงานหารายได้ แล้วยังเอาเงินมาให้ผู้หญิงเก็บด้วยแน่ะ” เราหัวเราะกันใหญ่
“มีเงินมันก็ดี มันแลกความสะดวกสบายได้หลายอย่าง แต่มีให้พอดี” แม่พูดต่อ
“คนส่วนใหญ่จะสะกดคำว่าพอดีไม่ค่อยเป็นนะคะแม่ หรือกะไม่ถูกว่าความพอดีอยู่ตรงไหน”
“ใช่ลูก….สมัยนี้เราเน้นสอนกันแต่เรื่องวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ลืมสอนเรื่องสุนทรีย์เรื่องความเป็นมนุษย์ไปหมด พอเด็กถูกสอนแบบนี้ก็จะลืมนึกถึงความสัมพันธ์ของมนุษย์ เพราะมีแต่เรื่องตัวเลข เรื่องเครื่องจักรกล เอาชนะธรรมชาติ ให้ความสำคัญกับเงินเป็นใหญ่” แม่อธิบายต่อ
“ประเทศที่เห็นเงินทองเป็นเรื่องใหญ่ จะหลงลืมความเป็นสังคมแม่มากขึ้น ลูกสังเกตไหมว่าผู้หญิงถูกทำร้ายมากขึ้น”
“โชคดีที่บ้านเรามี Chain of love อยู่นะคะแม่ …. และแม่ก็ยังเป็นคนที่สำคัญที่สุดของเรา”

ฉันไปถามวิธีการปลูกพวงชมพู หรือ Chain of love จากหลวงลุงมาแล้วละค่ะ ถ้าใครสนใจจะปลูกไว้เลื้อยริมรั้วสวยๆจะเหมาะมากเพราะจะคลุมรั้วมิดชิด ออกดอกตลอดปี ปลูกโดยใช้เมล็ดค่ะ ขุดหลุมเล็กๆริมรั้วให้ลึกประมาณสองข้อนิ้วมือ โรยปุ๋ยคอกก้นหลุม ใช้ดินกลบทับเล็กน้อยหยอดเมล็ดลงไปหลุมละ 2-3 เมล็ด ระยะห่างระหว่างหลุมประมาณ 2 เมตร แล้วกลบดินบางๆ รดน้ำทุกวันให้ชุ่มๆ พอแตกใบจริงและตั้งยอดได้ คราวนี้ก็คอยจัดยอดให้เลื้อยไปตามรั้วให้สวยงามค่ะ