ความเสื่อมของมนุษย์

“เมื่อมีกาม*จึงมีความเกียจคร้านเกิดขึ้น  

เมื่อมีความเกียจคร้านจึงมีการเก็บกักตุนเกิดขึ้น

เมื่อมีการเก็บกักตุนจึงมีการขาดแคลนเกิดขึ้น

เมื่อมีความขาดแคลน จึงมีการครอบครองเกิดขึ้น

เมื่อมีการครอบครอง ความเห็นแก่ได้จึงปรากฏ

เมื่อมีความเห็นแก่ได้ ความขัดสนจึงปรากฏขึ้น

เมื่อมีความขัดสน จึงมีการขโมย

เมื่อการทำผิดแพร่หลาย จึงมีบทลงโทษเกิดขึ้น

เมื่อมีการลงโทษ  อาวุธจึงเกิดขึ้น

เมื่ออาวุธเกิดขึ้น จึงมีการฆ่า และความพินาศของมนุษย์ตามมา….”**.

 

เหตุเป็นปัจจัยให้เกิดผล และผลนั้นก็เริ่มเป็นเหตุใหม่ เป็นปัจจัยให้เกิดผล ต่อกันไป เรื่อย ๆ จนเสื่อม

ยกตัวอย่างเช่น  เพราะมนุษย์ไม่รู้ (อวิชชา) จึงหลงมาวงจรจนไปติดกับตัณหา (กามตัณหา) เมื่อมนุษย์เรียนรู้ความสบายจากการเสพกามต่าง ๆ เช่น กินดื่มอร่อย ฟังเพลงเพราะ ๆ  ได้กลิ่นอาหารหรือกลิ่นหอม  เห็นสิ่งที่สวยงาม  พักผ่อนสบายในสถานที่ต่าง ๆ  ก็เริ่มขี้เกียจมากขึ้น  ขี้เกียจในการทำงาน หรือทำงานให้ง่ายขึ้น  จึงใช้วิธีเก็บสิ่งของที่ต้องการให้มากขึ้น กักตุนสิ่งของให้มากขึ้น เพื่อสุขกับกามตัณหาได้นาน ๆ    อดีตก็มีการกักตุนข้าว เกลือ ทอง วัตถุดิบมีค่าต่าง ๆ  ปัจจุบันอาจจะเปลี่ยนเป็นเงิน  ซึ่งก็คือสื่อกลางที่ สามารถเปลี่ยนรูปแบบได้ตามปรารถนา 

เมื่อมีการกักตุนก็จะทำให้ขาดแคลน  การกักตุนคือการที่มีเหลือเกินกว่าความต้องการในช่วงระยะเวลาหนึ่ง ๆ เช่น การกักตุนอาหารก็ทำให้อาหารขาดแคลน และหายากขึ้น (ขาดแคลนและแพงขึ้น)  การกักตุนน้ำตาลก็ทำให้น้ำตาลหายากขึ้น (ขาดแคลนและแพงขึ้น)

เมื่อขาดแคลนก็มีการครอบครอง  เมื่อหาได้ยากขึ้น  มนุษย์ก็จะสร้างสิทธิ์ขึ้นมา สร้างโควต้าขึ้นมา  เช่น โควต้าน้ำตาล น้ำมันพืช เป็นต้น  เช่น สิทธิ์ในที่ดินนั้น ๆ  สิทธิ์ในสัมปทานเหมืองนั้น ๆ  ทั้ง ๆ ที่สิ่งเหล่านี้เป็นทรัพย์สินธรรมชาติตั้งแต่มนุษย์ยังไม่ถือกำเนิดมา  ในยุคล่าอาณานิคม การเข้าไปแย่ง จับจองแผ่นดินใหม่ ก็คือตัวอย่างการครอบครองแบบหนึ่ง

เมื่อมีการครอบครองก็ทำให้เห็นแก่ได้  ความเห็นแก่ได้ เกิดจากโลภะ  เกิดขึ้นจากการที่เราเคยมีประสบการณ์ครอบครอง หรือเราเคยเห็นคนอื่นครอบครอง ยกตัวอย่างเช่น เราเคยมีประสบการณ์มีรถยนต์ แล้วสบาย  เราก็อยากมีรถยนต์คั้นที่สองอีก   เราเห็นคนอื่นครอบครองคฤหาสน์หลังใหญ่  เราก็อยากเปลี่ยนจากบ้านเป็นคฤหาสน์ 

เมื่อมีความเห็นแก่ได้ ความขัดสนจึงตามมา  เมื่อมีความโลภ ความอยาก  ที่จะได้นั่น จะได้นี่  ก็เท่ากับตอกย้ำว่า ตนเองขาด พร่อง ไม่พอ ความขัดสนก็เกิดขึ้น  ยกตัวอย่างเช่น  เราเห็นเขามีไอโฟน  ถ้าเราเห็นเป็นแค่โทรศัพท์มือถือเหมือนสิ่งเรามีอยู่แล้ว เราก็จะไม่ขาด  แต่ถ้าเรามองเป็นไอโฟน  ซึ่งเราไม่มี เราก็จะขาด จึงเกิดความขัดสนตามมา  ความขัดสนชั้นแรกคือไอโฟน  ความขัดสนที่ตามมาคือสิ่งที่ทำให้ได้มาซึ่งไอโฟน หรือสื่อที่จะเปลี่ยนเป็นไอโฟน  คือเงิน

เมื่อมีความขัดสน จึงมีการขโมย  การขโมยเกิดขึ้นจากความ( รู้สึก) ขัดสน  กอปรกับการคิดไม่ดี คิดอกุศล คิดหาทางลัด  เพราะมนุษย์เกิดการเสพกาม เกียจคร้าน..... จึงส่งผลให้คิดหาทางลัด  ในที่สุดก็เกิดการขโมย หรือได้มาซึ่งทางที่ผิดอื่น ๆ ไม่ว่า จะเป็นการจี้ ปล้น  โกง

เมื่อมีการทำผิดแพร่หลายจึงต้องมีการลงโทษ  กฎหมาย บทลงโทษต่าง ๆ เป็นผลที่เกิดขึ้นจากการทำผิดบ่อย ๆ  จำนวนครั้งที่มากขึ้น  และเป็นที่แพร่หลายไปในทิศทางทีเพิ่มขึ้น

เมื่อมีการลงโทษ อาวุธจึงเกิดขึ้น  ที่จริงอาวุธ (สิ่งที่สามารถนำมาทำร้ายกัน) อาจจะเกิดจากสาเหตุอื่น เช่นเพื่อล่าสัตว์เป็นอาหาร หรือป้องกันอันตรายจากสัตว์  แต่อาวุธที่กล่าวนี้หมายถึงอาวุธที่ทำร้ายคน  เมื่อคนทำผิดมีมากเข้า การจัดการคนทำผิดก็จะบ่อยขึ้น  เมื่อคนทำผิดบ่อยขึ้นก็จะผยองมากขึ้น จนไม่ยอมรับกฎหมาย หรืออาจจะอาศัยกฎหมู่ (หมู่โจร หมู่คนทีไม่ยอมรับกฎหมาย) เหนือกฎหมาย  ดังนั้น จึงต้องมีการสร้างอาวุธ มีการยึดสิทธิการถืออาวุธของอีกฝ่าย (เช่นสิทธิการถือดาบ การพกปืน)  หรือมีสิทธิ์ครอบครองอาวุธที่มีประสิทธิภาพสูงกว่า  เพื่อมากำกับคนเลวไม่ให้ทำเลว คนที่ไม่ยอมอยู่ใต้กฎหมายให้อยู่ใต้กฎหมาย

เมื่อมีอาวุธเกิดขึ้น ก็ทำให้มีการฆ่า  ไม่ว่าจะฆ่าด้วยการป้องกันตนเอง  ฆ่าด้วยการลงโทษ  ฆ่าด้วยการตั้งใจทำความผิด  ไม่ว่าจะเป็นคนดูแลกฎหมายฆ่าคน  คนเลวฆ่าคน   ก็ล้วนแต่ก่อให้เกิดความสูญเสีย  ความเศร้าโสก ความเจ็บช้ำ ความแค้นพยาบาท  ความแตกแยกก็ตามมา

และสุดท้าย  ก็จบลงที่ความพินาศ   ดังเห็นได้จากสังคมไทยในปัจจุบัน.

วิรัช ฉัตรพร

หมายเหตุ –

*ในพุทธศาสนา  กามไม่ได้ให้ความหมายเพียงแค่เรื่องเพศสัมพันธ์เท่านั้น  แต่หมายถึงความเพลินหรือความหลงไปในรูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส  

**คัดมาจากหัวข้อเรื่องในหนังสือ พระไตรปิฎกฉบับพิเศษ ของ ท่านอาจารย์ไชย ณ พล 

หมวดหมู่/คอลัมน์:

Add new comment

Plain text

  • No HTML tags allowed.
  • Web page addresses and e-mail addresses turn into links automatically.
  • Lines and paragraphs break automatically.
By submitting this form, you accept the Mollom privacy policy.