สิ่ง “เล็กๆ” ที่เรียกว่า “ยักษ์”
ไม่นานนี้ มีข่าวหนึ่งซึ่งเป็นข่าวที่ได้รับความสนใจ และถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากมายในสังคม โดยเฉพาะสื่อออนไลน์ยอดนิยม “เฟสบุ๊ค” นั่นก็คือเรื่องที่ สาววัยรุ่นคนหนึ่งขับรถยนต์ด้วยความประมาท จนพลาดพลั้งชนเข้ากับรถตู้โดยสารที่มี อาจารย์และนักศึกษาธรรมศาสตร์นั่งอยู่ จนมีผู้เสียชีวิตถึง 9 ราย
ไม่มีใครรู้ได้ว่า ณ เสี้ยววินาทีนั้น มันเกิดอะไร อย่างไร ทำไม อาจจะเป็นความมึนเมา ถ้าเธอดื่มเหล้า อาจจะเป็นเพราะหลับใน ถ้าเธอฉลองมาทั้งคืน หรืออาจเป็นเพราะโทรศัพท์มือถือ ที่อยู่ในมือของเธอ แต่จะด้วยเหตุทั้งหลายประการใดก็ตาม มันทำให้เธอกลายเป็น “ฆาตกร” อย่างไม่ตั้งใจ เพียงเพราะเธอทำกิจกรรม “เรื่องเล็กๆ” ควบคู่ไปกับการขับรถอย่าง ”เร่งรีบ” แล้วเธอคงคิดว่าไม่น่าจะก่อให้เกิด “เรื่องยักษ์” ขนาดนี้ได้
เช่นเดียวกับ อีก 2-3 สัปดาห์ที่ต่อมา กับกรณีที่ กัปตันสายการบินไทย ถูกยิงบนถนนโดยผู้ร่วมใช้ทางที่บันดาลโทสะ จากการขับรถปาดหน้า และด่าทอกัน
เหตุการณ์นี้ กัปตันท่านอาจจะนึกว่าความ “รีบเร่ง” เพื่อจะไปทำหน้าที่ “นักบิน” ให้ทันเวลา ทำให้ท่านอาจคิดว่า”ความรับผิดชอบ”ต่อผู้โดยสารขณะนั้น คือสิ่งที่ “ยักษ์ใหญ่” ที่สุดในโลก และมองเห็นทุกสิ่งรอบข้าง รวมทั้งเพื่อนร่วมทางบนท้องถนนเป็น “สิ่งเล็กๆ” ที่มีความสำคัญน้อยกว่าภารกิจอันยิ่งใหญ่ในขณะนั้น แต่ “มือปืน” คนนั้นดันไม่เห็นด้วย
ทั้ง 2 เหตุการณ์นี้ ล้วน เกิดขึ้นจาก ความไม่คาดคิด ผิดเพราะความประมาท ใครจะไปนึกว่า หญิงสาวที่กำลังควานหาโทรศัพท์ขณะขับรถ หรือ กัปตันกร่นด่าผู้คนที่ทำให้ความรับผิดชอบในหน้าที่ของเขาลดลง จะทำให้เกิด “เรื่องยักษ์” ที่ทำให้เกิดความสูญเสียกับคนอื่น หรือตัวเองได้ขนาดนี้ ซึ่งก็ต้องขอแสดงความเสียใจต่อผู้ที่สูญเสียมา ณ ที่นี้
บางทีเรื่องที่ คนคนนึง คิดว่าเป็น เรื่องเล็กๆ ไม่สลักสำคัญอะไร ก็กลับกลายเป็น เรื่องยักษ์ๆ ที่ยอมไม่ได้ ของคนอีกคน ชีวิตเกิดมาแล้วมีค่า ทำอะไรซักอย่างถ้าได้นึกถึง “ใจเขา ใจเรา” ชีวิตก็มีความสุข ไม่เบียดเบียนใคร
ที่ยก 2 ตัวอย่างนี้ขึ้นมา นอกจากจะบ่นเรื่อง “ความประมาท” แล้ว ก็ยังพาดพิงถึง ”สื่อ” สักหน่อย ความโด่งดังอย่างช่วยไม่ได้ของข่าว ที่มีนามสกุลหรือหน้าที่การงานของบุคคลเป็นตัวละคร คือข่าวที่ “สื่อ” เล่นได้ เรื่องทั้งสองจึงกลายเป็นข่าว “ยักษ์ๆ” ในเวลาอันรวดเร็ว แต่ถ้าเปลี่ยน เด็กสาวคนนี้ หรือ นักบินท่านนั้น เป็น คนขับรถส่งของธรรมดาคนหนึ่ง เรื่องนี้อาจเป็นข่าวอุบัติเหตุ “เล็กๆ” รายวันที่ซ้ำซากจำเจ ประเภท สิบล้อชนเละ 8 ศพ แว๊นซิ่งอนาถคาฟุตบาท ก็แค่นั้น
จะว่าไป ถ้าเรื่องนี้มี “ข้อดี” ก็จากการที่กลายเป็น “ข่าวใหญ่” ขึ้นมา เพราะอย่างน้อยก็ทำให้คนบนถนนหันมาใส่ใจกับการการขับขี่รถให้ปลอดภัยอย่างน้อยก็ 2 – 3 สัปดาห์ในช่วงที่เป็นข่าว แถมยังช่วยตอกย้ำคำขวัญประเภท “เมาไม่ขับ” “ง่วงไม่ขับ” “โทรไม่ขับ” หรือเกิดว่าใครจะเพิ่มคำขวัญประเภท “ขี้โมโห ห้ามขับ กวนทีน ห้ามขี่” ขึ้นมาก็คงจะดีพิลึก
สิ่ง ”เล็กๆ” ที่เรียกว่า “ยักษ์” เกิดขึ้นได้กับทุกคน ดั่งวลีที่ว่า “เด็ดดอกไม้หนึ่งดอก สะเทือนถึงดวงดาว” ความสูญเสียหลายสิ่งที่เกิดขึ้นในโลกที่ บางครั้งก็เกิดจากเรื่องเล็กที่ควบคุมไม่ได้ อย่าง นกบินเข้าปล่องไอพ่น ทำให้เครื่องบินตก นั่นคงต้องถือเป็น “เคราะห์หามยามซวย” แต่ก็มีหลายเรื่องที่ควบคุมได้เช่น ลืมเติมน้ำหม้อน้ำรถ ก้านลูกสูบคด ฝาสูบบิด อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับตัวบุคคล ประมาทเอง รับผลเอง โทษใครไม่ได้ ที่แย่สุดๆ ถ้า”เรื่องเล็ก” ประเภทตัวเองไม่ได้ดังใจ แล้วพาลเอาคนทั่วบ้านทั่วเมืองมาเรียกร้องให้เป็น ”เรื่องใหญ่” แล้วจบลงด้วย “โศกนาฎกรรม” ของชนชาติอย่างนี้ จะให้โทษเรื่องอะไร จะให้บอกว่า “คิดไม่ถึง นึกไม่ทัน ว่ามันจะเลยเถิด” เหรอ (ว๊ะ)
ถึงบรรทัดนี้ ก็ขอสรุปดื้อๆ ว่า หากจะทำอะไรซักอย่าง ควรคิด พิจารณาให้ดีที่สุด อย่างน้อยก็อย่าให้ สิ่ง ”เล็กๆ” ที่เรียกว่า “ยักษ์” อันเลวร้าย มาเกิดขึ้นในมือเรา เป็นดีที่สุด จริงมั๊ย
โดย... หมีกินผึ้ง
Add new comment