ครอบครัว

สัญญาต้องเป็นสัญญา

"ลิ้นไม่มีกระดูก" เป็นคำพูดติดปากของเพื่อนพ่อคนหนึ่งเอาไว้ล้อเลียนการสัญญาอะไรแล้วบิดพริ้ว ความหมายของมันก็เข้าใจได้ไม่ยาก ลิ้นมันไม่่มีกระดูก จะบิดไปซ้ายไปขวาอย่างไรก็ได้ ไม่มีแกนหลักอะไรให้ยึดเหนี่ยว ความหมายของมันก็เหมือน "สัญญาก็เป็นแค่ลมปาก" พ่นออกจากปากไปแล้วมันก็หายไปกับสายลม ประมาณนั้น

ระทึกขวัญกับการส่งลูกไปเรียนต่างประเทศ

เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2554 ที่ผ่านมาได้ไปส่งลูกชายคนโตไปเรียนช่วงสั้นๆ หรือที่หลายๆ คนเรียกว่าไปเรียนซัมเมอร์ที่ประเทศออสเตรเลีย ก่อนไปก็ต้องเตรียมข้าวของกันพอสมควร ทั้งเสื้อผ้า เครื่องใช้ต่างๆ และเนื่องจากลูกชายเป็นคนสายตาสั้นด้วย ก็เลยต้องไปวัดสายตาจนต้องเปลียนเลนส์อันใหม่อีก ตอนแรกว่าจะไปตรวจสุขภาพฟันด้วย แต่คิดๆ ดูแล้ว ไปเรียนแค่ประมาณ 5 สัปดาห์ ฟันคงไม่เกเรขึ้นมาตอนอยู่ต่างประเทศ ปกติก็รักษาสุขภาพฟันดีอยู่แล้วด้วย เลยไม่ห่วงนัก เสื้อผ้าและของใช้ก็เตรียมไปแบบพอประมาณ ตอนเตรียมเสื้อผ้าก็ลำบากเหมือนกัน เช็คสภาพอากาศแล้ว เห็นว่ากำลังเปลี่ยนจากฤดูร้อนเป็นฤดูใบไม้ร่วง อากาศต่ำสุดและสูงสุดอยู

เข้าแถว-ยืนชิดขวา

“โห แถวยาวเหยียดเลย ต้องรอคิวนานแน่ๆ กว่าจะได้กินข้าวเที่ยง รับรองไส้กิ่วแหง “ เสียงบ่นจากลูกชายคนเล็กขณะพาไปยืนรอเข้าคิวทำธุรกรรมที่ธนาคารแห่งหนึ่งในช่วงเที่ยงก่อนทานอาหารกลางวัน

“ถึงแถวจะยาว ต้องรอคิวนาน แต่ทุกคนจะได้สิทธิเท่าเทียมกันนะ คนมาต่อแถวก่อน ก็ได้รับบริการก่อน มาทีหลัง ก็ต้องยืนรอนานหน่อย ถือว่ายุติธรรมกับทุกคนนะ” ผมอธิบายให้กับลูกที่กำลังยืนบิดไส้เพราะหิวมื้อเที่ยงอยู่

“เราขอเขาแซงคิวไปก่อนได้ไหมอะ หิวข้าวแล้ว” ลูกเริ่มบ่น

ความเกรียนกับผู้หญิง

หลังจากที่เคยเขียนบทความ “ประสบการณ์คุณพ่อ” ไปเมื่อหลายปีก่อน ตอนนี้ลูกๆ ก็โตขึ้นมามาก ลูกคนโตตอนนี้ก็อายุ 13 ปีแล้ว นับตามแบบฝรั่งก็เข้าวัยรุ่นหรือ teenage และแน่นอนว่าเด็กวัยนี้ ความน่ารักแบบเด็กๆ ก็คงลดลงไปเรื่อยๆ แต่ “ความเกรียน” นี่สิ นับวันก็จะมีมากขึ้นๆ โดยเฉพาะเด็กผู้ชายที่เรียนในโรงเรียนชายล้วนแถมมีน้องชายอีกสองคน ด้วย ความเกรียนคงพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ เลยถือโอกาสนี้ มาเขียนบทความเกี่ยวกับลูกใหนคอลัมน์ใหม่ชื่อว่า “พ่อเกรียนสอนลูก” เวลา “เกรียน” จะได้ไม่ “เกรียน” ออกนอกลู่นอกทาง :-P

Subscribe to RSS - ครอบครัว