เตรียมไว้ไม่ได้ใช้ ดีกว่า จะใช้ไม่ได้เตรียม
รู้สึกกันบ้างไหม ว่าในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีภัยที่คุกคาม ประชาชน พลโลก กันอย่างถ้วนทั่ว ไม่ว่าจะเป็นประเทศพัฒนา หรือล้าหลังก็ตาม ใครโดนเข้าต่างก็ได้รับความเสียหาย ผู้คนล้มตาย ไม่น้อยเลยทีเดียว
ภัยที่ว่า นี้ คือ ภัยธรรมชาติ นั่นเอง ไม่ว่าจะ ธรณีพิบัติภัย หลายแห่งบนพื้นโลก ไม่ว่าจะแผ่นดินไหวใหญ่ ในจีน ชิลี เฮติ นิวซีแลนด์ หรือ สุมาตรา ขาประจำ ภูเขาไฟระเบิด ในไอซ์แลนด์ ฟิลลิปปินส์ อุทกภัย ครั้งประวัติศาสตร์ในออสเตรเลีย สหรัฐอเมริกา ยุโรป รวมทั้งประเทศไทย วาตภัย ในสหรัฐอเมริกา หรือพม่าเมื่อ 3 – 4 ปีก่อน และ อัคคีภัย ไฟป่า ครั้งใหญ่ในออสเตรเลีย หรือ อินโดนีเซีย
ที่จริงแล้ว ภัยธรรมชาติ ที่กล่าวมานั้น เกิดขึ้นบ่อยขึ้น หรือ ว่าข่าวสารปัจจุบันรวดเร็วทำให้ผู้คนสนใจยิ่งขึ้น
หลายคนเชื่อว่านี่คือ คำเตือน จะจากธรรมชาติ จากพระเจ้า จากคำพยากรณ์ แต่ไม่ว่าจะจากสิ่งใดก็ตามแต่ นี่คือ หายนะอันยิ่งใหญ่ ที่ไม่มีใครป้องกันได้ ไม่รู้ว่าจะเกิดขึ้นที่ไหน
ธรณีพิบัติภัย หรือ แผ่นดินไหว เป็นอีกหนึ่งความ ร้ายกาจ และเป็นบทลงโทษจากธรรมชาติ ที่ไม่มีใครสามารถรู้ล่วงหน้า คาดการณ์ได้เลยว่า จะเกิดขึ้นที่ใด ข้อมูลทางสถิติ จากสำนักเฝ้าระวังแผ่นดินไหว จากศูนย์เตือนภัยแห่งชาติ จากเว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา แสดงให้เห็นความถี่ในการเกิดแผ่นดินไหว ที่เกิดขึ้นแทบทุกวัน โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบ กับ Pacific Ring of Fire หรือ วงแหวนอัคคี แห่ง แปซิฟิค ทำให้อดคิดไม่ได้ว่า เมื่อใดจะถึงคราวของเรา ประเทศไทย
แม้ใน วงแหวนอัคคี จะไม่ได้มี ประเทศไทย อยู่ในนั้น แต่ก็ไม่ไกลเกินไปเช่นเดียวกัน ที่จะได้รับผลกระทบ และใครจะทราบได้ว่าผลกระทบนั้นจะรุนแรงชนาดไหน
ปัจจุบันเรามีการตั้งหน่วยงาน ที่ติดตาม วิเคราะห์ และรองรับสถานการณ์นี้อยู่จริง แต่น้อยครั้งมากที่จะได้รับข้อมูลข่าวสารนี้ บนหน้าหนังสือพิมพ์ ข่าวออกอากาศ หรือใน โซเชี่ยล เน็ตเวิร์ค หวังว่า ท่านผู้เกี่ยวข้องในกิจการงานด้านนี้ จะเป็น “ผู้ปิดทองหลังพระ” เกาะติดวิกฤติการณ์ ตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา ให้คนไทย ได้อุ่นใจ
การเตรียมพร้อมรับมือกับธรณีพิบัติภัย ถึงเวลานี้ ควรเป็น “วาระแห่งชาติ” ได้แล้ว แทนที่จะเป็นเรื่อง “ใครจะชนะเลือกตั้ง”
หน่วยงานโยธาของทุกภาคส่วน ควรเตรียมพร้อม ซ่อมบำรุงเครื่องมือหนัก เครื่องจักรย่อย ให้พร้อม
หน่วยงานบรรเทาสาธารณภัย ควรซักซ้อม การดับเพลิง การเข้าถึงจุดเกิดเหตุ กำหนดจำนวนทีมค้นหาผู้รอดชีวิตร่วมกับ มูลนิธิต่างๆเพื่อป้องกันความสับสน
หน่วยงานสาธารณสุข ควรสำรองปริมาณยาสำคัญ กำหนดการระดมทีมแพทย์และศูนย์รักษาพยาบาลฉุกเฉิน เตรียมความพร้อมหากเกิดเหตุ
หน่วยงานสื่อสาร ใครจะเป็นแกนหลัก เครือข่ายการสื่อสารจะทำอย่างไร การส่งต่อข้อมูล แม้กระทั่งการควบคุมการทำข่าวของสำนักข่าวต่างๆ เพื่อป้องกันข่าวลือ
หน่วยงานทหาร กำลังพลหลัก จะมาจากกรมกองไหน จะออกมาปฏิบัติหน้าที่ ทหารของประชาชน
และที่สำคัญ ประชาชนคนไทย ควรทำตัวอย่างไร จะช่วยจะอาสาจะต้องไปหาใคร จะบริจาคสิ่งของเครื่องใช้จะเอาไปให้ที่ไหน จะติดตามหาญาติพี่น้อง ต้องโทรหาใคร
ณ วันนี้ เชื่อเถิดว่า เรายังไม่เคยมีการ รวมศูนย์ รวมส่วนกลาง เลย จะเห็นได้จาก อุทกภัยอีสาน และภาคใต้ เมื่อปีที่แล้ว ต่างคนต่างทำ สถานีโทรทัศน์ก็ทำกันแทบทุกช่อง ภาคเอกชนก็ตั้งจุดรับบริจาค รัฐบาลก็ทำแต่ช้าหน่อย ของบริจาคส่งไปแล้ว หลายอย่างไม่มีการจัดการต่อ ไปกองไว้สัก 2 -3 วัน ก่อนจะถูกกระจาย
ถ้าถึงคราวเคราะห์เกิดเหตุร้ายแรงขึ้นในกรุงเทพฯ มันจะโกลาหล ขนาดไหน
ไม่รู้ว่า บทความนี้จะถ่ายทอดไปไกลได้ขนาดไหน แต่ก็ขอฝากไว้ด้วยความเป็นห่วง ให้ช่วยกัน ส่งเสียงดังดัง เตือนกัน หรือจะเตรียมกันในหมู่ญาติมิตร คนใกล้ชิด หรือในชุมชน กำหนดบทบาท กำหนดหน้าที่ กำหนดจุดรวมตัว อย่างน้อย ในหน่วยย่อยที่เราเป็นสมาชิกอยู่ก็จะมีความพร้อม และประสานงานกันได้ รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ เมื่อยามฉุกเฉิน
เชื่อไหม ขณะกำลังเขียนบทความนี้ ในเว็บสำนักเฝ้าระวังแผ่นดินไหว ได้ประกาศเหตุแผ่นดินไหว ที่ญี่ปุ่น ทันทีทันใด ไม่เชื่อ อย่าลบหลู่
เรียกเถอะ เรียกเด็กๆ รวมผู้ใหญ่ในบ้าน มาคุยกัน มาเตี๊ยมกันก่อนเถอะ หนึ่ง สอง สาม ขั้นตอนมีอะไร เกิดเหตุทำอย่างไร หลังเกิดเหตุทำอย่างไร สื่อสารกันทางไหน เด็กๆ ให้รอที่ไหน ผู้ใหญ่ ใครจะเป็นคนไปรับ ถ้าจะอพยพไปเจอกันที่ไหน รอกันนานเท่าไร ทำเช็คลิสต์ ไว้ก่อน
เตรียมตัวไว้เถอะ ทำไว้ไม่ได้ใช้ ดีกว่า เวลาจะใช้ไม่ได้ทำ
Add new comment