หรือ ประเทศไทย จะไปต่อ....ไม่เป็น

ตั้งแต่ นายกฯ ประกาศว่าจะยุบสภาฯ เดือนพฤษภา ก็เตรียมใจไว้ว่า ปีนี้คงจะอยู่ไม่เป็นสุข อีกครั้ง แต่ที่กลัว คือ กลัวว่ามันจะเป็นทุกข์ ไปทุกหย่อมหญ้า


ที่จริงก่อนหน้านี้ อยากจะเขียนความประทับใจ ที่ได้เห็น ความดีงามในใจคนไทย ตั้งแต่เรื่อง การระดมบริจาคช่วยเหลือ ชาวญี่ปุ่น มาจนถึง การระดมบริจาคช่วยเหลือ ชาวใต้


ประทับใจที่ คนไทย ได้รับเอาความดีงาม และมีวินัยเข้ามาแทบจะทันที ที่ได้เห็นคนทั่วโลก ชื่นชมความยึดมั่นในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของชาวญี่ปุ่น


ประทับใจที่ ได้ฟังข่าวเล็กๆ ทางวิทยุ ว่า ชาวบ้านแหลมตะลุมพุก 50 กว่าคน ซึ่งต่างก็ได้รับความเดือดร้อนจากพายุฝน ก่อนหน้าชาวบ้านนพพิตำเพียงสัปดาห์ รวบรวมข้าวสารที่มีกันมาไม่กี่ถุง ไข่เค็ม 50 ฟอง ปลาแห้งจำนวนหนึ่ง ที่ได้รับจากถุงยังชีพก่อนหน้านี้ เอามาให้ ชาวบ้านนพพิตำ โดยบอกว่า คนตะลุมพุก พ้นช่วงวิกฤติมาแล้ว แต่ คนนพพิตำ หนักกว่า ยอมรับว่าฟังแล้วน้ำตาร่วงทันที


คนเดือดร้อน ช่วย คนเดือดร้อนกว่า ....................โดยไม่จำเป็น ต้องรอให้ได้ ออกสื่อ ออกทีวี


รอบสองแล้ว ที่ นายกฯ ช้ากว่า สรยุทธ์


แล้ว จะไปเอาคะแนนเสียงมาจากไหน


ผลการเลือกตั้ง เห็นแล้ว จากวันนี้..........


ที่เหลือ ก็อยู่ที่ว่า คนไทยส่วนใหญ่ ขอย้ำว่า ส่วนใหญ่ จะรับผลการเลือกตั้งครั้งนี้ไหม


ฟังนักจัดรายการวิทยุชื่อดั้ง ท่านหนึ่งกล่าวว่า ประเทศไทยจะไปยังไง ต้องอยู่ที่ โมเมนท์แรก หลังทราบผลการเลือกตั้งว่า พรรคใดได้รับเสียงสนับสนุนสูงสุด


เห็นด้วย เพราะ พรรคอันดับสอง จะยอมให้ พรรคอันดับหนึ่ง จัดตั้งรัฐบาลไหม ไม่ว่าจะรัฐบาลพรรคเดียว หรือรัฐบาลพันธุ์ผสม (ขอโทษ ...แก้ไข) รัฐบาลผสม


เพราะนั่นจะสะท้อน วุฒิภาวะของนักการเมือง ผู้มีอำนาจทางการเมือง และ ผู้ที่เกี่ยวข้องทางการเมืองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ อาทิ กองทัพฯ


เพราะนั่นสะท้อน ความเข้าใจในประชาธิปไตย ของ คนไทยระดับรากหญ้า


และที่สำคัญ มันจะสะท้อนระดับความเป็นประชาธิปไตยของ ประเทศไทย ในสายตาชาวโลก


จินตนาการว่า ฝ่ายที่ไม่ยอมรับ คงจะระดมพลทันที รวมกำลัง ทุกฝ่าย ส่วนฝ่ายที่ชนะ ก็ถือดี อ้างตัวว่า มาตาม กติกามหาชน (อีกแล้ว) และก็เชื่อว่าคราวนี้ คงไม่ถอยแน่ ด้วยแรงหนุนนอกสภา “มหาศาล” เชื่อเองจริงๆ ว่า “มหาศาล”


ศึกแตกหัก เดินหน้าชน ชนิดต้องถอนราก ถอนโคน สถานเดียว


แต่ก็แอบฝันว่า ความดีงามของชาวญี่ปุ่น ท่ามกลางความลำเค็ญ เข็ญใจ จะกระตุ้นให้คนไทย รักศักดิ์ศรี เคารพในความเป็นมนุษย์ ซึ่งกันและกัน จะโกรธจะเกลียด แค่ไหน พักเอาไว้ ให้ประเทศไทย มีเวลาหายใจ ฟื้นตัว


ให้นักลงทุนต่างชาติ มองว่าเรามีเสถียรภาพทางการเมือง ดีกว่า ประเทศเล็กๆ เพื่อนบ้าน


ให้เห็นว่า ประเทศไทย มีการพัฒนาการทางการเมืองสูงขึ้นอีกระดับหนึ่ง......แล้ว


ให้ผ่านไป ซักครึ่งปี แล้วค่อยว่ากัน


“ใคร” อยากจะให้ ”ใคร” กลับมา ก็ต้องมา “รับโทษ” ตามกฎหมาย


อย่าทะนงตนว่า มีคนสนับสนุนเยอะ แล้วจะ “แก้กรรม” ได้ “กรรมใด ใครก่อ ก็ต้องรอชำระ” ไม่ทางใด ก็ทางหนึ่ง


สุดท้าย มนุษย์ก็เลือกเองไม่ได้ว่าจะ ”ตายดี” หรือ “ตายโหง”


วิงวอน หวังให้ ต่างฝ่าย ต่างทำ เฉยๆ ดูท่าทีกันไปก่อน  และ อย่าให้ต้องมี “เหตุอาเพศ” หรือ “ภัยพิบัติ” อะไรมาเกิดกับประเทศที่รักของเราก่อน ถึงค่อยมารวมใจกัน


ไม่งั้นแล้ว เห็นที ประเทศไทยที่รักของเรา คงจะไปต่อ.....ไม่เป็น

หมวดหมู่/คอลัมน์:

Add new comment

Plain text

  • No HTML tags allowed.
  • Web page addresses and e-mail addresses turn into links automatically.
  • Lines and paragraphs break automatically.
By submitting this form, you accept the Mollom privacy policy.