สามร้อยบาท แสงสว่าง ณ ปลาย . . .
สามร้อยบาท แสงสว่าง ณ ปลาย . . .
จบการเลือกตั้งไทยไปอีกรอบ คราวนี้ เพื่อไทย กวาดที่นั่งถล่มทลาย ได้เป็นรัฐบาล มุขหาเสียงที่ใช้เจาะเข้าฐานรากโดยตรง ไม่ว่าค่าแรงขั้นต่ำ ประกันเงินเดือนปริญญาตรี จะเห็นว่าครั้งนี้ ทุกพรรคก็พยายามเล่นแคมเปญนี้กันทั้งนั้น ไม่ว่าประชาธิปัตย์ “ปรับค่าแรง 25%” ชาติไทยพัฒนา “กุญแจสองดอก (บ้าน + รถ)” ทุกพรรคล้วนพยายามขยายฐานด้วยการหาเสียงที่เป็นรูปธรรมจับต้องได้สู่ฐานคะแนนระดับล่าง ซึ่งถ้าเป็นเมื่อก่อนแคมเปญหาเสียงจะเน้นชนชั้นกลางไปถึงสูงเป็นหลัก ดูด้วยใจ จะเห็นว่าพัฒนาการประชาธิปไตยของไทยมีการก้าวหน้ามากขึ้น
ทว่าการผลักดันการหาเสียงมาเป็นนโยบายและนำมาปฏิบัติได้จริง บางครั้งหากจะต้องมีมาตรการ หรือแผนรองรับ ไม่ให้มีผลกระทบวงกว้าง เพราะการพูดนั้นง่าย แต่การทำนั้นยากยิ่งกว่า การรีบทำโดยไม่มองรอบด้าน บางครั้งผลร้ายกลับมากกว่าที่คิด ...
การยกระดับรายได้ให้มนุษย์เงินเดือนเป็นเรื่องที่ดี เพราะหมายถึงคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เป็นเรื่องที่ไม่ควรละเลย ซึ่งคิดว่าทุกคนล้วนเห็นด้วย อยากทำและอยากให้เป็น แต่ความรอบคอบต้องมีด้วย เพราะไม่อย่างนั้นจะเห็นโดมิโนล้มของเอสเอ็มอี จะปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเอสเอ็มอีไทยไม่ได้เข้มแข็งนัก ส่วนหนึ่งเป็นการหาเลี้ยงไปเป็นปีๆ ระบบบัญชีก็ไม่แข็งแรง และยังมีโสหุ้ยเลี้ยงดูพนักงานแบบคนในครอบครัวอยู่อีกเยอะ อีกทั้งสินค้าก็เป็นสินค้าที่ผลิตออกมา ก็มีการแข่งขันสูงระดับโลก เช่น อาศัยค่าแรงขั้นต่ำแข่งกับจีน เวียดนาม อยู่ ไม่น่าผลักภาระไปสู่สินค้าปลายทางได้ เพราะคนจะไม่ซื้อ ไม่เหมือนหมู ราคาพุ่งเหมือนทองคำ
อีกทั้งปัจจุบันระบบแรงงานไทยยังบิดเบี้ยว เพราะแรงงานส่วนหนึ่งย้ายไปสู่ภาคบริการ ภาคค้าปลีก กันส่วนใหญ่ แรงงานที่มีอยู่ยังขาดแคลน และต้องประคองตัวไปเรื่อยๆ มาตรการลดภาษีช่วยเอสเอ็มอีคิดว่าไม่น่าจะประสบผล เพราะเอสเอ็มอีบางส่วนยังประสบการขาดทุน และอาจจะไม่อยู่ในระบบจริง ไม่เหมือนธุรกิจระดับใหญ่ๆ ที่จะมีกำไรเพิ่มขึ้นในอัตรามากกว่าการขาดทุนของเอสเอ็มอี
การปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมควรจะทำจริงจัง มากกว่าจะพูด ๆ ๆ กันทุกรัฐบาล ไม่ว่าตั้งแต่รัฐบาลอานันท์ ชวน ทักษิณ เรื่อยๆ มา ก็ไม่เห็นเป็นรูปธรรม การขยับค่าแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว เป็นรูปธรรมหนึ่งที่จะมีการปรับตัวของอุตสาหกรรม ซึ่งจะทำให้หลายโรงงานคิดหนัก และหาทางดิ้นรนเพื่ออยู่รอด แต่ภาครัฐต้องทำงานหนักมากกว่านี้ โดดเข้ามาเป็นพี่เลี้ยง ไม่ใช่มุ่งถอนขนเป็ด ไม่นั้นจะเกิดการล้มของเอสเอ็มอีระเนระนาด ลามไปถึงชนบทไทย
ยังจำได้สมัยก่อนนโยบายการเปิดเสริทางการเงิน หลายคนตีปี๊บและพากันบอกว่าถึงยุคเสือใหม่ (nic) เช่นประเทศไทย ประเทศเราจะเจริญเทียมประเทศพัฒนาได้ ชนชั้นกลางถึงสูง พากันกู้เงินนอกดอกเบี้ยต่ำกัน ธนาคารเร่งปล่อยกู้โดยขาดมาตรการรองรับที่ดี เพราะเงินนอกไหลเข้ามามาก ต้องพากันระบาย หากำไรจากส่วนต่าง แต่ภาครัฐไม่มีมาตรการรองรับ ภาคนิติบัญญัติไม่มีออกกฎหมายที่ดีมาสกัด สุดท้ายแบงค์ล้ม ต้มยำกุ้งเกิดขึ้น และคุณพ่อ IMF ต้องเข้ามาช่วยรัดเข็มขัด ขายทรัพย์สินประเทศใช้หนี้ เป็นหนี้กันทั่วหน้า
ความพร้อมของแผนต้องมีรองรับนโยบายหาเสียงก่อน ภาครัฐทุกส่วนต้องทำหน้าที่อย่างจริงจัง ท่านสมาชิกนิติบัญญัติต้องใช้สมองหามาตรการกฎหมายมาเร่งผ่อนคลายและป้องกันปัญหา มากกว่าการชี้นิ้ว ยกโวหาร พ่นกันหน้ากระดาษ, facebook, twitter แสดงถึงปัญญา แต่ไม่มีวิธีการยับยั้งปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
สามร้อยบาทคงต้องทำ และคงต้องเกิด แต่ช่วยกันหามาตรการผ่อนคลาย สนับสนุนเอสเอ็มอีให้ยืนสู้กับเวทีโลก เพราะบางนาคอมเพล็กซ์ก็ใกล้เกิด และวิกฤตยุโรปและอเมริกาก็น่ากลัว อีกทั้งการเก็งกำไรน้ำมัน สินค้าเกษตร ทอง ล้วนแต่เป็นระเบิดเวลาที่รอระเบิด เพิ่มระเบิดอีกลูก แต่ไม่มีอุปกรณ์ป้องกันภัย สึนามิอาจจะพัดถล่ม และปี 40 อาจจะย้อมกลับมาอีกครั้ง !
ปล. บทความนี้ เห็นด้วยกับการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำนะครับ.
จุด ...
Add new comment