สัญญาต้องเป็นสัญญา
"ลิ้นไม่มีกระดูก" เป็นคำพูดติดปากของเพื่อนพ่อคนหนึ่งเอาไว้ล้อเลียนการสัญญาอะไรแล้วบิดพริ้ว ความหมายของมันก็เข้าใจได้ไม่ยาก ลิ้นมันไม่่มีกระดูก จะบิดไปซ้ายไปขวาอย่างไรก็ได้ ไม่มีแกนหลักอะไรให้ยึดเหนี่ยว ความหมายของมันก็เหมือน "สัญญาก็เป็นแค่ลมปาก" พ่นออกจากปากไปแล้วมันก็หายไปกับสายลม ประมาณนั้น
จริงๆ แล้ว คำมั่นสัญญาเป็นเรื่องที่คนเราต้องยึดมั่นเอาไว้ให้มากๆ โดยเฉพาะผู้ชายที่มักบอกกับตัวเองว่าเข้มแข็ง อดทน ไม่ย่อท้อกับอะไร แน่นอนว่าหากสัญญาอะไรไปแล้ว แม้มันจะเหนื่อยยากที่จะทำตามสัญญาแค่ไหน ผู้ชายแมนๆ อย่างเราๆ ก็ต้องฟันฝ่าอุปสรรคทั้งปวงไปให้ได้ คำว่า "ทุกอย่างต้องมีข้อยกเว้น" มันเป็นแค่ข้ออ้างห่วยๆ สำหรับคนที่ทำอะไรจริงจังไม่ได้ ทำอะไรก็เหยอะแหยะ ไม่สำเร็จเสียที สุดท้ายก็บอกกับใครๆ และกับตนเองให้ผ่อนปรบ ปล่อยวางหรืออะไรก็ตาม ที่สามารถทำให้ตนเองสบายใจที่ไม่สามารถรักษาความมุ่งมั่นหรือคำมั่นสัญญาใดๆ ไว้ได้
พ่อจะสอนลูกนะ ก่อนจะพูดอะไรออกไป นอกจากการให้เกียรติคนอื่นอย่างที่เคยสอนไปแล้ว คำมั่นสัญญานี่แหละคือคำที่ต้องคิดก่อนพูดให้มากที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คำมั่นสัญญาระหว่างเพื่อนฝูง เพราะหากผิดคำมั่นสัญญากัน มันสามารถสร้างรอยร้าวของความสัมพันธ์กันได้เลย น่าแปลกใจนิดหน่อยตรงที่หลายๆ คนมักจะสามารถทำตามสัญญาที่ทำไว้กับคนอื่นคนไกลที่ไม่ค่อยรู้จักกันได้ดี โดยเฉพาะคู่ค้าและลูกค้าโดยทีสัญญานั้นอาจเป็นแค่คำพูดปากเปล่าหรือเป็นสัญญาลายลักษณ์อักษร นั่นเป็นเพราะอะไรรู้ไหม ก็เพราะว่าเขาคนนั้นกลัว "ตนเอง" เสียผลประโยชน์จากสัญญานั้นๆ เช่น อาจกลัวโดนฟ้องเรียกค่าเสียหายหรืออาจกลัวลูกค้าจะเลิกทำธุรกิจกันในอนาคต เขาเหล่านั้นสามารถทำตามสัญญาได้โดยที่แท้จริงแล้วเขาไม่ได้สนใจหรือห่วงใยจิตใจหรือความรู้สึกของลูกค้าหรือคู่ค้าของเขาเลย ผลประโยชน์ของตนเองต่างหากที่เขาสนใจและต้องดูแล
มันน่าแปลกใจจริงๆ ที่คนๆ เดียวกันที่สามารถรักษาคำมั่นสัญญากับลูกค้าหรือคู่ค้าได้ กลับสามารถผิดคำมั่นสัญญากับเพื่อนตนเองได้ง่ายๆ ทั้งๆ ที่การผิดคำมั่นสัญญานี้ มันส่งผลให้เพื่อนของเขาเสียใจ เสียเวลา เสียความรู้สึกเอามากๆ ได้เลย แต่เขาสามารถผิดคำมั่นสัญญาได้ ก็เพราะ "เขาไม่ได้เสียอะไร" เขาคงคิดว่าเพื่อนย่อมสามารถเข้าใจและให้อภัยเพื่อนได้ แม้ "เขาจะทำอะไรให้ผิดหวังก็ตาม"
ลูกสังเกตไหมว่า กว่าพ่อจะรับปากว่าจะทำอะไรให้ลูกทั้งสามคน พ่อจะไม่พูดไปส่งๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการรับปากจะซื้อของอะไรให้ การรับปากพาไปเที่ยว การรับปากจะทำอะไรให้ (แม้แต่เรื่องบ้าๆ บอๆ ตลกๆ ที่คนอื่นเขาไม่ทำกัน) แต่หากสัญญาไว้แล้ว พ่อจะต้องทำมันให้ได้ และพ่อหวังว่า ลูกๆ ทุกคนจะยึดมั่นในสิ่งนี้ด้วย
ฉะนั้น ขอสรุปว่า ก่อนลูกจะรับปากรับคำอะไรกับใครๆ โดยเฉพาะกับเพื่อน คิดให้ดีว่า ตัวเราเองสามารถรักษาคำมั่นสัญญานั้นได้หรือเปล่า เราพร้อมจะปฏิบัติตามคำมั่นสัญญานั้นแค่ไหน หากเราทำไม่ได้ เพื่อนของเราจะรู้สึกผิดหวังแค่ไหน การคิดถึงจิตใจผู้อื่นควรเป็นข้อปฏิบัติพื้นฐานข้อแรกในการอยู่ร่วมกันในสังคม การผิดคำมั่นสัญญาใดๆ ไม่ว่ากับใครก็ตาม ถือเป็นการเบียดเบียดประเภทหนึ่งได้เลย จำเอาไว้นะ เจ้าลูกรัก
Add new comment