ปีนี้จะ "เผา" กันสักกี่ "ร้อยล้าน"
จั่วหัวกันมาอย่างนี้ อย่างเพิ่งคิดว่า จะบ่น ประชด คอรัปชั่นการเมือง หรือ พิษเศรษฐกิจของชาติ แต่ประการใด หากจะมีก็คงเป็น พิษเศรษฐกิจครอบครัว ตามแต่ฐานะจะพอมีกัน แต่ที่ว่าจะ “เผาสักกี่ร้อยล้าน” อันนี้นะเรื่องจริง เผาแบงค์ เผาทอง เผากันเป็นกองๆ ด้วยเหตุว่านี่ก็ใกล้ถึง มหกรรมเผาเงินระดับชาติ หรืออาจเป็นระดับโลกก็ว่าได้ ซึ่งจะเกิดขึ้นที่เมืองไทยเป็นประจำทุกปี ในช่วง กลางเดือนมีนาคม ถึง ต้นเดือนเมษายน
มหกรรมฯ ที่ว่า ก็คือ “เทศกาลเช็งเม้ง” นั่นเอง
“เช็งเม้ง” เป็นคำสองคำรวมกันแปลว่า “ช่วงเวลาแห่งความสดใสรื่นรมย์” ด้วยผ่านพ้นฤดูหนาว อากาสสดใส อบอุ่นขึ้น ที่ผ่านมาเรามักจะนึกว่า “เทศกาลเช็งเม้ง” เป็นเทศกาลไหว้บรรพบุรุษ แต่ที่จริง แล้วประเพณีบรรพบุรุษ คือส่วนประกอบในเทศกาลเช็งเม้งต่างหาก
ในการเผาเงิน เผาทอง นั้นก็มีที่มาเริ่มจากรัชสมัย พระเจ้าถังไท่จง (พ.ศ.1170-1193 ) แห่งราชวงศ์ถัง สาเหตุที่พระองค์ส่งเสริมก็คือ ตอนที่ครองราชย์ใหม่ๆ ด้วยทรงหว่งเกรงว่าบ้านเมืองจะไม่สงบเรียบร้อย อัครเสนาบดีเว่ยเจิงถึงถวายแผนการว่า ขอให้พระองค์ทรงทำเป็นว่าป่วยหนักแล้ววิญญาณได้ไปท่องเที่ยวขุมนรก และได้ถูกพวกผีเปรตมากมายห้อมล้อมวิงวอนให้พระองค์ทรงโปรดสงเคราะห์ช่วยเหลือ พระองค์ได้รับปากว่ารอให้กลับเมืองมนุษย์ก่อนแล้วจะหาวิธีส่งเงินทองไปให้พวกเขา ด้วยเหตุนี้จึงได้แนะนำสนับสนุนให้ประชาชนเผากระดาษเงิน กระดาษทองสงเคราะห์ พวกเปรต ด้วยเหตุผล
ประการที่ 1 คือ เป็นการเพิ่มงานอาชีพและรายได้ประชาชน
ประการที่ 2 ทำให้ประชาชนรู้ว่านรกมีจริงบาปบุญคุณโทษมีจริง ไม่กล้าทำบาปทำชั่วต่อบ้านเมือง
ครั้นต่อมาภายหลัง ผู้เขียนคิดเอาเองว่า คงจะมีการตีความอย่างคลาดเคลื่อนทำให้ เมื่อเกิดเรื่องเดือดร้อนทีไร ชาวบ้านก็เผากระดาษเงินกระดาษทอง เพื่อหวังให้ผีสางเทวดาปกป้องคุ้มครองการเผาให้พวกผีสางเทวดาก็เหมือนกับการติดสินบนหรือให้ซองขาว ในเมืองมนุษย์ ต่อมาก็เพี้ยนไปเพี้ยนมา ทำกันจนเป็นประเพณี คนรุ่นหลังพอถามว่า เผาทำไม พวกผู้ใหญ่ตอบไม่ได้ก็บอกว่า “ห้ามถาม เขาถือ” เด็กๆ ก็ถูกหลอก ถูกเลี้ยงด้วยความกลัว โตขึ้น ก็เป็น ผู้ใหญ่ที่ไม่กล้า ถูกปกครองได้ง่าย เหมือนคนจีนสมัยก่อน สั่งให้ไปตายก็ไป ดั่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ช่วงญี่ปุ่นบุกนานกิง
พอพัฒนาความต่อกันมาก็ปรับรูปแบบกระดาษที่จะเผากันให้ทันสมัย จากตั๋วเงินก็เปลี่ยนเป็นแบงค์ เป็นสมุดเช็ค และที่สำคัญดูจะเหมือนกับ “ให้สมฐานะของลูกหลาน” อันจะเห็นได้ว่ายุคนี้ เสื้อผ้ากระดาษที่ใช้เผาใน มีทั้งสีสัน แบรนด์เนม แถมยังมี บัตรเครดิต HEAVENPLATINUM มี iPhone 4 และอีกร้อยอัน สารพันอย่างที่ ร้านขายเครื่องเซ่นไหว้ จะสรรหามาเผาเงินของลูกหลาน คนขายก็เชียร์กันสุดฤทธิ์ ไอ้นี่ความหมายดี ไอ้นั่นเผาแล้วกตัญญู คนจะซื้อก็พูดไม่ออก กลัวจะเป็นลูกหลานอกตัญญู ไปงั้น
ส่วนรูปแบบกระดาษที่เผากัน เชื่อว่าหลายคนคงเรียกไม่ถูก ก็เลยไป”ก็อปปี้” มาให้ดู เป็นเกร็ดความรู้ตามนี้
กิมหงึ่งจั้ว หรือกระดาษเงินกระดาษทอง มักมีการพับให้สวยงาม แต่ที่จริงเพื่อให้เผาง่าย
กิมเต้า หรือถังเงินถังทอง ไว้ใส่เงินทองที่เผาไปให้
กิมเตี๊ยว หรือทองแท่ง มีทั้งแบบแข็ง แบบอ่อน
ตั่วกิม/คอซี หรือกระดาษทอง แบบนี้ต้องมาพับเป็นก้อนทอง ใส่กระทง
อ่วงแซจิ้ว หรือตั๋วเบิกทางไปสวรรค์
อิมกังจั๋วยี่ หรือแบงค์สวรรค์ แบงค์กงเต็ก
นอกจากนี้ก็ยังมีกระดาษเผาอีกหลายแบบ เช่น เทียนเถ่าจี๊ อ่วงป้อตั่วกิม หงึ่งเตี๋ย เป็นต้น ซึ่งมักจะเอาไว้ไหว้เจ้า ไหว้เทพยดา ไหว้เทพ ไม่เอามาใช้ไหว้บรรพบุรุษ แต่หารูปไม่ได้เลยไม่มี
แต่ว่าหากจะมองหาประโยชน์ของการเผากระดาษ อันเป็นตัวเร่งภาวะเรือนกระจก และลดระดับความมั่งคั่งของลูกหลานแล้ว แม้ยากที่จะเห็น ก็ยังมีข้อดีให้พิจารณาได้ด้วยสติปัญญาเท่าที่มี ก็พอเป็นไปได้ดังนี้
1. สร้างความสัมพันธ์ในครอบครัว อันนี้แน่นอน ตั่วแปะ โซ่ยเจ๊ก หยี่โกว ซี่อี๊ อาเตี๋ย อาอึ้ม ได้มารวมกัน เผากระดาษ ได้พูดคุย แลกเปลี่ยนทัศนะกัน ลูกหลานได้ฟัง ประสบการณ์จากผู้ใหญ่ สุดท้ายได้ไปเที่ยวต่อ
2. ปลงสังเวช เงินทองมันก็เท่านั้น เผาไปก็หายหมด เหมือนกับที่เงินในกระเป๋ากำลังถูกเผาอยู่นั่นแหละ (อันนี้ประชด)
3. เสริมเศรษฐกิจ เจ้าของร้านขายเครื่องเซ่นไหว้ โรงงานธูป โรงพิมพ์ โรงกระดาษ คนงาน ชาวไร่ ก็มีรายได้จากเศรษฐกิจที่หมุนเวียน ก็ถือได้ว่าเป็นการเผาช่วยชาติได้เหมือนกัน (นี่ก็ประชดอีก)
4. สืบทอดประเพณี การเซ่นไหว้บรรพบุรุษ ให้ต่อเนื่อง ตราบใดที่เรายังเห็นว่า การเซ่นไหว้ ทำให้บรรพบุรุษที่ลาจากไปแล้ว ยังได้รับอานิสง ที่ลูกหลานทำให้ ซึ่งผลดีก็ตกอยู่ที่ลูกหลานนั่นเอง
เพราะฉะนั้น ปีนี้หากคิดจะ เผา “เงินจริง” ด้วยการเผา”เงินกงเต็ก” ก็ให้รู้ไปว่ามันไม่ได้สูญเปล่า ถึง “เหล่ากงเหล่าม่า”จะไม่ได้รับ แต่ก็มีส่วนทำให้เศรษฐกิจหมุนเวียน “เหล่ากงเหล่าม่า” ถึงไม่ได้เงิน ก็ได้บุญ เพราะลูกหลานช่วยกันกระตุ้นเงินเข้าในระบบ
ว่าแต่ว่า ปีนี้จะ “เผา” สักกี่พันล้าน ดีครับ เสี่ย
Add new comment