cyberean's blog

รู้ได้ไง ผมจะ "VOTE NO"

เพราะเชื่อว่า คงมีผู้คนไม่น้อย ที่คิดเหมือน “ตนเอง” ว่า อึดอัด และไม่อยาก “ถูกสังคมกำหนด” ว่าตนเองเป็น พวกไหน ฝ่ายใด จากการ “เลือกพรรคฯ”
ซื่งทางออกทิ่ตั้งใจไว้แต่แรก ก็คือ ”กา” งดออกเสียง แล้วก็เลิกสนใจไปเลยว่า พรรคไหน จะได้จัดเป็นรัฐบาล แล้ว ยังจะตีกันอีกไหม หลังทราบผล

โอ๊ะ...โอ๋ ดันมาเจอ พวกแสนรู้ รู้ทัน ว่ามีคนไม่น้อยที่คิดคล้ายกัน ก็เลยไปทำติดสติกเกอร์ รณรงค์ ให้ “VOTE NO” มาแปะไปทั่วบ้าน ทั่วเมือง

หรือ ประเทศไทย จะไปต่อ....ไม่เป็น

ตั้งแต่ นายกฯ ประกาศว่าจะยุบสภาฯ เดือนพฤษภา ก็เตรียมใจไว้ว่า ปีนี้คงจะอยู่ไม่เป็นสุข อีกครั้ง แต่ที่กลัว คือ กลัวว่ามันจะเป็นทุกข์ ไปทุกหย่อมหญ้า


ที่จริงก่อนหน้านี้ อยากจะเขียนความประทับใจ ที่ได้เห็น ความดีงามในใจคนไทย ตั้งแต่เรื่อง การระดมบริจาคช่วยเหลือ ชาวญี่ปุ่น มาจนถึง การระดมบริจาคช่วยเหลือ ชาวใต้

เตรียมไว้ไม่ได้ใช้ ดีกว่า จะใช้ไม่ได้เตรียม

รู้สึกกันบ้างไหม ว่าในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีภัยที่คุกคาม ประชาชน พลโลก กันอย่างถ้วนทั่ว ไม่ว่าจะเป็นประเทศพัฒนา หรือล้าหลังก็ตาม ใครโดนเข้าต่างก็ได้รับความเสียหาย ผู้คนล้มตาย ไม่น้อยเลยทีเดียว

แล้วมันจะ "ชนะ" ได้ยังไง

ได้มีโอกาสไปนั่งฟังการพิจารณา “โจทย์ปัญหา” ของ 2 บริษัท ที่กำลังมีข้อพิพาทกัน ฟังไปตั้งขึ้นค่อนวัน จนแล้วจนรอดก็มองไม่ออกว่า “แล้วมันจะชนะได้ยังไง”


เรื่องทั้งเรื่อง มี บริษัท 2 แห่ง ซึ่งต่างก็เคยทำธุรกิจ ธุรกรรม มีสัมพันธ์ทางการค้าขายต่อกันมาด้วยดี จนวันหนึ่ง เกิดมีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกัน ด้วยปัญหา แย่ง “ศาลพระภูมิ” กัน

ปีนี้จะ "เผา" กันสักกี่ "ร้อยล้าน"

จั่วหัวกันมาอย่างนี้ อย่างเพิ่งคิดว่า จะบ่น ประชด คอรัปชั่นการเมือง หรือ พิษเศรษฐกิจของชาติ แต่ประการใด หากจะมีก็คงเป็น พิษเศรษฐกิจครอบครัว ตามแต่ฐานะจะพอมีกัน แต่ที่ว่าจะ “เผาสักกี่ร้อยล้าน” อันนี้นะเรื่องจริง เผาแบงค์ เผาทอง เผากันเป็นกองๆ ด้วยเหตุว่านี่ก็ใกล้ถึง มหกรรมเผาเงินระดับชาติ หรืออาจเป็นระดับโลกก็ว่าได้ ซึ่งจะเกิดขึ้นที่เมืองไทยเป็นประจำทุกปี ในช่วง กลางเดือนมีนาคม ถึง ต้นเดือนเมษายน


มหกรรมฯ ที่ว่า ก็คือ “เทศกาลเช็งเม้ง” นั่นเอง

อย่าให้เห็น เป็นแค่ "วันหยุด"

จำได้เมื่อสมัยเรียนหนังสือ นอกจากเสาร์-อาทิตย์ แล้ว ครั้งไหนที่มีวันหยุดราชการก็แสนจะมีความสุข ด้วยความที่ไม่ต้องไปโรงเรียน เว้นอย่างเดียวการบ้านจะเยอะเป็นพิเศษ
และในบรรดาวันหยุดทั้งหลาย ช่วงคาบเกี่ยวของปีจะเป็นวันหยุดที่สนุกที่สุด ลากยาวตั้งแต่ วันคริสต์มาส ปีใหม่ โดยเฉพาะ เทศกาลตรุษจีนที่สมัยก่อนจะหยุดทีละ ๓-๕ วัน จนมาถึง วันมาฆบูชา ก็ใกล้สอบไล่ จะปิดเทอมใหญ่แล้ว นับเป็นช่วงเวลาแห่งความหฤหรรษ์อย่างต่อเนื่อง ก่อนพายุใหญ่ใน วันสอบไล่

ต่อไปนี้ จะเลิก "กินผัก"

เรียนรู้กันมาแต่อ้อนแต่ออก ว่าผักมีประโยชน์ ตั้งแต่เล็กๆ กินข้าว ก็ต้องมีน้ำซุปผัก ช่วยให้คล่องคอ พ่อแม่ก็บอกว่า กินผักเยอะๆ มีวิตามิน กินแล้ว แข็งแรง ฉลาด โตมาเป็นวัยรุ่น กินสุกี้โคคา แคนตัน สมัยนั้น สารพัดผักใส่น้ำซุปสุดหวานชื่นใจ หวังให้ หัวใส สมองไว สอบได้คะแนนดีดี โตขึ้นอีกหน่อยความรู้มากขึ้น ก็รู้ว่านอกจากสารอาหารแล้วก็ยังมี กากใยที่ช่วยให้ระบบขับถ่ายดีขึ้น จนปัจจุบัน ก็ยิ่งรู้จักว่ามี ผัก หลายชนิดที่มีสรรพคุณ เป็นยา เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ เป็นสารตั้งต้นของสารอาหารที่มีคุณค่า เป็นอะไรต่ออะไรอีกหลายอย่างที่เป็นประโยชน์นานัปการ แต่ต่อจากนี้ไปเห็นที “จะเลิก กินผัก”

สิ่ง “เล็กๆ” ที่เรียกว่า “ยักษ์”

ไม่นานนี้ มีข่าวหนึ่งซึ่งเป็นข่าวที่ได้รับความสนใจ และถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากมายในสังคม โดยเฉพาะสื่อออนไลน์ยอดนิยม “เฟสบุ๊ค” นั่นก็คือเรื่องที่ สาววัยรุ่นคนหนึ่งขับรถยนต์ด้วยความประมาท จนพลาดพลั้งชนเข้ากับรถตู้โดยสารที่มี อาจารย์และนักศึกษาธรรมศาสตร์นั่งอยู่ จนมีผู้เสียชีวิตถึง 9 ราย

Subscribe to RSS - cyberean's blog