• sarasarn_head4

    ปีที่ ๓ ฉบับที่ ๒๕ ประจำเดือนมิถุนายน ๒๕๔๔

    cover_25

    Tags: ,

  • โดย… ส้มจี๊ด

    เพื่อชาติ … วลีนี้กำลังฮิตในยุคไทยไอเอ็มเอฟ แต่รับรองว่าความหมายของชาติของแต่ละคนมันแตกต่างกันแน่ ซับซ้อนและซ่อนเงื่อน เหมือนองค์กรซ่อนเงื่อน มันไม่ใช่ยุคกรุงศรีอยุธยา ที่สามารถชี้นิ้วได้เลยว่า “คนไทยที่เปิดประตูป้อมรับพม่า เป็นคนขายชาติ” ทุกวันนี้นิ้วที่ชี้ไปกล่าวหาคนโน้นคนนี้ว่า “ขายชาติ” อาจจะถูกอีกสี่นิ้วที่ชี้กลับมาว่า “คุณนั่นแหละขายชาติ”

    ความซับซ้อนของมิติ “เพื่อชาติ” นั้นทำให้เกิดเหตุการณ์หลายอย่างที่สถานการณ์ปกติไม่เกิด แต่ดันมาเกิดในยุคดิจิตอลนี้ ไม่ว่า “เสียบเพื่อชาติ” หรือ “อุ้ม … เพื่อชาติ” ความละเอียดอ่อนของปัญหาทำให้เกิดความขัดแย้งทางความคิดของกลุ่มคนในชาติ เดียวกันอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

    ยก ตัวอย่างง่าย ๆ เช่น การควบคุมธุรกิจขายปลีกข้ามชาติขนาดใหญ่ จนบัดนี้ยังไม่สามารถจบประเด็นเลยว่าควรควบคุมหรือไม่ ถ้ามันง่ายเหมือนปอกกล้วย ส้มจี๊ดว่าปัญหาคงจบไปได้นานแล้ว ฝ่ายหนึ่งเห็นว่าถ้าไม่ควบคุมธุรกิจของคนไทยที่เป็นร้านค้าขนาดเล็กขนาดกลาง ขาดเงินทุน เทคโนโลยี อำนาจการต่อรองต่าง ๆ จะสูญหายไป และมีผลต่อสังคม อีกฝ่ายเห็นว่าธุรกิจเหล่านี้นำเงินตราเข้ามาสร้างงานให้คนจำนวนมาก ขับเคลื่อนจรวด GDP ให้เคลื่อนที่ไปข้างหน้ามากกว่า ดังนั้นควรสนับสนุน ถกไปถกมาก็ไม่รู้ว่าฝ่ายไหนจะถูกต้องมากกว่ากัน เพราะระยะสั้นและระยะยาวที่แต่ละคนเห็นต่างกัน ฝ่ายหนึ่งเห็นคนไทยจนลง ๆ แต่อีกฝ่ายเห็นว่าโลกมันเข้าสู่ยุคโลกาภิวัฒน์ จะมาปิดประเทศไม่ได้ ยังไง ๆ ก็ต้องพึ่งบรรษัทข้ามชาติ แม้ว่าเงินตราจะไหลออก แต่ถ้าไม่พึ่งเทคโนโลยีต่างชาติ ไทยก็จะล้าหลัง ต่างคนต่างถูก แต่ใครถูกมากกว่ากันนั้น ส้มจี๊ดว่าคงต้องไปดูประวัติศาสตร์ในอนาคตอีกสองร้อยปีข้างหน้า ว่าลูกหลานเขาคิดกับบรรพบุรุษตัวเองอย่างไร

    ผลประโยชน์ที่เป็นตัวเลขซึ่งแปลงออกมาเป็นเงิน ไม่ว่าจะบาทหรือดอลล่าห์ มันได้ถีบให้แต่ละคนคิดต่างมุม ต่างยึดตัวกู ของกู จนบดขยี้อีกฝ่ายให้ย่อยยับ ขาดความอารีของศาสนาเป็นตัวรั้ง ก็หวังว่ายุครุ่งโรจน์จะกลับมาฟื้นตัว อุ๊ย ฟื้นชาติเจ้าค่ะ สุดท้ายยังไง ๆ ส้มจี๊ดก็ขอเขียนเพื่อชาติ … เหมือนกันเจ้าค่ะ.

    Tags: ,

  • สวัสดีครับแฟนๆเสพอักษรทุกๆท่าน

    ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ เป็นวลียอดฮิตในขณะนี้ โดยเฉพาะในหมู่วัยรุ่น ความจริงถ้าวิเคราะห์กันให้ลึกลงไปมันมีนัยยะอะไรแอบแฝงอยู่ในนั้น แม้วลีนี้มาพักหลัง ผู้พูดแค่พูดออกไปเพราะว่ามันฮิต พูดแค่สนุกกับคำ แต่รากเง้าที่แท้ มันถูกพูดออกมาจากปากนักจัดรายการวิทยุ-โทรทัศน์ท่านหนึ่ง(เจ้าตัวยืนยันว่าเป็นคนพูดคนแรก)
    อิทธิพลของวลีนี้มันเกิดจากนักจัดรายการท่านนั้น จัดรายการที่เกี่ยวกับการพิสูจน์เรื่องเร้นลับ เรื่องผีสาง เทวดา เรื่องเหนือจริงที่มีผู้คนติดกันมากมาย โดยเฉพาะวัยรุ่น

    ถามว่าทำไมเรื่องราวเหล่านี้ผู้คนจึงให้ความสนใจกันมากมาย แม้แต่วัยรุ่น ผู้เขียนขอตอบว่าเป็นเรื่องความเชื่อ ความเชื่อเรื่องที่ไม่สามารถที่จะพิสูจน์ได้เป็นเรื่องงมงาย ในขณะเดียวกันก็มีอีกกลุ่มคนที่เชื่อว่าสิ่งเหล่านี้ไม่มีจริง ผีสาง นางไม้ ทรงเจ้าเป็นเรื่องที่โกหกทั้งเพ คนกลุ่มหลังก็น่าจะถูกจัดอยู่ในกลุ่มงมงายได้เช่นกัน เราอาจจะสอนลูก สอนหลานให้มีทัศนะคติที่ถูกที่ควรกับเรื่องเหล่านี้ยากสักหน่อย เพราะขนบเก่าๆที่สั่งสมมายังเป็นตัวชี้นำความคิดอยู่ อย่างเช่นภาพเหล่านี้สะท้อนอะไรบ้างในสายตาของทุกคน รัฐมนตรีใหม่กระทรวงวิทยาศาสตร์บวงสรวงใหญ่ก่อนเข้ารับตำแหน่ง , สนามสอบบรรจุครูโคราชคึกคัก ผู้เข้าสอบแห่บนย่าโมแน่นขนัด

    หนังสือ เรื่องเหนือสามัญวิสัย อิทธิปาฏิหาริย์-เทวดา ของพระธรรมปิฎก (ป.อ.ปยุตโต) น่าจะเป็นหนังสือที่เหมาะกับทั้งผู้ที่เชื่อ และผู้ที่ไม่เชื่อ ผู้เขียนไม่ขอบรรยายว่าท่านได้เขียนอะไรบ้าง ถ้าเป็นผู้อ่านที่เคยได้อ่านงานของ ท่านพระธรรมปิฎก จะรู้ว่างานของท่านอ่านง่าย ไม่ซับซ้อน ใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย สำหรับเล่มนี้แยกเป็นบทไว้ชัดเจน เล่มกระทัดรัดไม่สั้นไม่ยาวจนเกินไป รับรองว่าได้อ่านแล้วน่าจะได้มีทัศนะคติใหม่ๆกับเรื่องราวเหล่านี้ที่ผู้คนให้ความสนใจกันทุกยุคทุกสมัย และผู้เขียนเห็นว่ายิ่งในยุคนี้ มีสิ่งบีบคั้น ผู้คนสับสน ขาดที่พึ่งทั้งทางกายทางใจ จึงทำให้ผู้คนเห็นว่าสิ่งที่เหนือสามัญ สิ่งที่เชื่อว่าศักดิสิทธิ์ การทรงเจ้า หมอดู หรือแม้แต่ผีสางนางไม้ ก็น่าจะเป็นที่พึ่งพิงในยามนี้ได้

    ผู้เขียนเห็นว่า การเกิดมาและการดำเนินชีวิตอยู่ ล้วนเป็นปาฏิหาริย์ และที่เหนือไปกว่านั้นก็คือการยังชีวิตอยู่ได้ด้วยสติ ได้ด้วยปัญญา และสามารถประคับประคองหรือช่วยเหลือให้ผู้อื่น มีชีวิตอยู่ได้ด้วยการพึ่งพิงตนเองด้วยความดีความชอบ นับว่าน่าเป็นปาฏิหาริย์ยิ่งกว่า

    เรื่องเหนือสามัญวิสัย
    อิทธิปาฏิหาริย์-เทวดา
    โดย พระธรรมปิฎก(ป.อ.ปยุตโต)
    สำนักพิมพ์ ธรรมดา
    ราคา 60 บาท

    นักแห้งอ่านไส้

    Tags: , , ,