• sarasarn_head4

    ปีที่ ๒ ฉบับที่ ๒๐ ประจำเดือนมกราคม ๒๕๔๔

    คำปรารภ…

    สวัสดีครับ สวัสดีปีใหม่ด้วยครับ ปีใหม่นี้ หลายๆ คนคงจะเริ่มคิดใหม่ทำใหม่กับชีวิตตัวเอง (ลอกสโลแกนพรรคการเมืองมาเลย) ใครหลายๆ คนที่คิดว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ๑ ปีนั้น ทำตัวอะไรบางอย่างหรือหลายอย่างที่ผิดพลาดไว้ ตอนนี้ก็ถึงวาระที่ต้องมาพิจารณาตัวเองแล้ว ว่าจะดำเนินชีวิตต่อไปอย่างไร ก็นิ่งเฉยเหมือนเดิม หรือจะแก้ไขสิ่งผิด ก็ควรเริ่มตัดสินใจได้แล้ว

    จะว่าไปแล้ว เราไม่จำเป็นต้องมาพิจารณาตัวเองในช่วงปีใหม่นี้หรอก เราควรจะพิจารณาและแก้ไขสิ่งผิดพลาดอยู่ตลอดเวลา เพียงแต่วันขึ้นปีใหม่นั้น ถือเป็นฤกษ์ที่ดีที่จะเริ่มต้นอะไรดีๆ เท่านั้นเอง

    ตอนนี้ ผู้อ่านทุกคน คงจะทราบแล้วว่า เราจะมีผู้แทนจากพรรคการเมืองไหนบ้าง หลายๆ คนดีใจเมื่อผู้แทนที่ตนเองเลือกนั้น ได้รับเลือกจากมหาชนส่วนใหญ่ แต่อยากจะบอกให้ทราบสักนิดว่า ให้เผื่อใจไว้นิดหนึ่ง สำหรับความคาดหวังที่ดูจะสูงมากสำหรับผู้แทนเหล่านั้น เราอาจต้องเสียใจอีกครั้งก็ได้…

    Tags: ,

  • “ปีใหม่” เป็นคำที่มีอิทธิพลกับชีวิตคนยิ่งนัก เพราะทุกคนจะนั่งฝันรอวันนี้ เพราะอยากเจอสิ่งใหม่ ๆ หรือขอของขวัญ นอกจากนี้คนเมืองจะใช้คำนี้เป็นการพักผ่อนยาว เดินทางไปเที่ยวต่างจังหวัด นับเป็นแฟชั่นใหม่ของสังคมไทย

    cover_20_4

    แต่เดิมเราถือเอาวันแรม 1 ค่ำ เดือนอ้าย เป็นวันขึ้นปีใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับคติทางพระพุทธศาสนา ต่อมามีการเปลี่ยนแปลงหลายครั้ง จนนับเอาวันที่ 1 มกราคมของทุกปี เป็นวันขึ้นปีใหม่ตามสากลเหมือนกับนานาอารยะประเทศ

    ช่วงปีใหม่นี้ประชาชนมักจะพากันทำความสะอาดบ้านเรือน ทำบุญตักบาตร ไปวัดฟังธรรม และเดินทางไปเยี่ยมเยียนผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือ เป็นภาพที่หาดูได้ยากในสังคมเมืองปัจจุบัน เพราะบ้านช่องจะถูกทิ้งร้าง ปล่อยให้ตำรวจเป็นคนเฝ้าบ้าน ส่วนคนจะหายไปอยู่ตามต่างจังหวัดเพื่อแสวงหาสิ่งที่ขาดหายไปทั้งปี

    cover_20_1

    ปัจจุบัน เรายังอาศัยช่วงนี้มอบของขวัญให้แก่กัน เพื่อแสดงให้เห็นถึงความรักหรือระลึกถึง ดังนั้นของขวัญและบัตรอวยพรจึงขายดิบขายดีในช่วงปลายปีนี้ ซึ่งค่านิยมของการเลือกซื้อของขวัญก็เริ่มเปลี่ยนไป เพราะคนนิยมจะซื้อกระเช้าของขวัญที่มีราคาแพง ภายในประกอบด้วยเครื่องกระป๋อง ของมึนเมา ผลไม้หรือดอกไม้ที่นำเข้าจากต่างประเทศ จนมองข้ามสินค้าของไทยไม่ว่าจะเป็นผลไม้ ดอกไม้ไทย เครื่องหอม ขนมไทย หัตถกรรมไทย ที่มีความหลากหลายมากกว่า ในขณะเดียวกันราคาย่อมเยา วัฒนธรรมการให้และการรับถูกมอมเมาไปตามวัฒนธรรมตะวันตก จนมีหลายอย่างที่แปลก ๆ เข้ามาเกี่ยวพัน เช่น นับถอยหลัง ซึ่งแต่ก่อนจะไม่มี

    cover_20_2

    ความจริงปีใหม่เป็นการที่คนเราจะทบทวนหนึ่งปีที่ผ่านมา และปรับปรุงตัวเพื่อปีใหม่ ดังนั้นเราก็ใคร่อยากให้คนไทยทบทวนถึงวัฒนธรรมการให้และรับใหม่ คือเลือกซื้อสินค้าไทย เพื่อเงินตราไม่รั่วไหล ซึ่งความจริงยังเป็นการอุ้มชูสังคมไทยอีกทางหนึ่งด้วย เหมือนตัวอย่างที่สหกรณ์เลมอนฟาร์มพยายามสร้างกระเช้าผลิตภัณฑ์ชุมชน ซึ่งเป็นการสร้างรายได้ให้กับชุมชนในชนบท เป็นการกระจายรายได้ให้กับสังคม

    cover_20_3

    ภูมิปัญญาท้องถิ่นของไทยสามารถนำมาประยุกต์เป็นของขวัญที่มีคุณค่า มอบให้ได้งดงามไม่แพ้ของที่ซื้อหาจากต่างประเทศ แต่เบื้องหลังของแต่ละชิ้นยังได้ช่วยให้ชุมชนสามารถพึ่งตนเองได้ เช่นการนำผ้าทอสีธรรมชาติซึ่งย้อมสีจากเปลือกไม้ต่าง ๆ นอกจากชาวบ้านจะมีชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น ยังช่วยอนุรักษ์ธรรมชาติคือผืนป่าละเมาะ เพราะต้องพึ่งพาอาศัยกันระหว่างคนและธรรมชาติมากยิ่งขึ้น คือนำเปลือกไม้ย้อมสีผ้า ป่าที่เคยโล่งเตียนจึงอุดมสมบูรณ์ขึ้น ดังนั้นของขวัญที่เปลือกนอกจะเห็นเป็นของธรรมดา แต่ความจริงซ่อนคุณค่าอีกมากมายไว้ให้คนให้และคนรับแสวงหาคำตอบ

    cover_20_5

    ยังมีตัวอย่างอีกมากมายที่แฝงความเป็นไทย ในแง่วัฒนธรรมหรือภูมิปัญญา เช่น ขนมไทย ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์มีรูปที่สวยงามและรสชาติที่หวานอร่อย รวมทั้งแสดงถึงอุปนิสัยของคนไทยว่าเป็นผู้มีมานะ อดทน ใจเย็น ละเอียดลออ ช่างสังเกต รวมทั้งเป็นนักประดิษฐ์คิดสร้างสรรค์ ซึ่งเหมาะแก่การมอบให้กับผู้รับ เพราะชื่อขนมแต่ละชนิดล้วนแฝงความหมายที่ลึกซึ้งเป็นพรให้กับผู้รับทั้งสิ้น

    • ขนมจ่ามงกุฎ เป็นขนมที่แสดงถึงความสง่างาม สูงส่งของชีวิต
    • ขนมชั้น แสดงถึงความเจริญ เฟื่องฟู
    • ขนเทียนแก้ว แสดงถึงความสว่างไสว ความรุ่งเรือง
    • ขนมข้าวเหนียงแก้ว แสดงความเหนียวแน่น มั่นคงเป็นปึกแผ่นของครอบครัว
    • ขนมฝักบัว แสดงความสูงส่งในชีวิตมงคลสมรส
    • ขนมทองเอก แสดงความเป็นเอก ความเป็นหนึ่งและเป็นของมีค่า
    • ขนมทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง ทองพลุ ทองม้วน แสดงความมีคุณค่ามหาศาล มีเงิน มีทองไหลมาเทมา ร่ำรวย มีกินมีใช้
    • ขนมเม็ดขนุน แสดงการทำกิจการใดมีคนคอยให้ความสนับสนุนค้ำจุน ช่วยเหลือ ไม่มีวันตกต่ำ
    • ขนมกง เชื่อว่าจะทำให้คู่บ่าวสาวมีใจคอหนักแน่น อยู่กันยืดยาว
    • ขนมโพรงแสม แสดงถึงความเป็นเสาหลักของครับครัว

    ความลึกซึ้งของการมอบและการให้มีมากกว่าที่จะเห็นแค่ “กระเช้าของขวัญ ที่หาซื้อได้จากห้าง” .

    Tags: ,

  • สวัสดีปีใหม่เจ้าค่ะ แฟนผู้อ่านของส้มจี๊ด ความจริงปีนี้น่าจะเป็นสหัสวรรษใหม่ของจริง ไม่เทียมเหมือนปีที่แล้ว แต่เมื่อฝรั่งเขาประกาศว่า “ปีที่แล้วคือเริ่มต้นสหัสวรรษใหม่” เราก็ต้องเชื่อเขา เอ้า ไม่ว่ากัน ไหง ๆ ก็ผ่านมาแล้ว เอาเป็นว่าปีนี้ส้มจี๊ดของให้ทุกท่านอยู่ในภาวะ “มีสติ” ทำการอะไรก็ให้รอบคอบ เพื่อความสุข สงบที่ยั่งยืนของสังคมและชีวิต

    มาเข้าเรื่องของเรากันดีกว่า เห็นส้มจี๊ดจ่าหัวคอลัมภ์ อย่าทึกทักว่าจะเปลี่ยนเป็นเขียนเรื่องนู้ด จริง ๆ แล้วไม่เกี่ยวกับบุญรอดหรอก แต่อยากให้ทุกท่าน “รอด” ในปี 2544 นี้เจ้าค่ะ จึงเป็นความหมายของชื่อเรื่องเดือนนี้ ความจริงในปี 2543 ที่เพิ่งผ่านไป หลายท่านเอามือก่ายหน้าผาก และถอนหายใจยาว ๆ ว่า “รอด . . . มาได้อย่างไร” ซึ่งจริง ๆ แล้ว หลายปัจจัยในปี 2543 ดูเหมือนจะดี แต่ไป ๆ มา ๆ มันตีลังกาบ้าง วิ่งบ้าง เหมือนม้าพยศ เลยได้แต่นั่งดู ปล่อยไปตามยถากรรม แต่ถ้าถามใคร ๆ ก็จะบอกว่ามันดี แต่น้ำเสียงดูอิดโรยชอบกล คือทุกอย่างมันไม่เที่ยงแท้ น่ะว่าไปตามธรรมะเลยเรา แต่ปีนี้ 2544 ส้มจี๊ดว่ามันยิ่งกว่านั้น คือ “มองไม่ออก” เหมือนเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนที่จะถึงวันที่ 6 มกราคม นี้เลยเจ้าค่ะ ดูไม่ออกว่าจะเลือกใครดี มันดูเหมือนกันไปหมด

    ที่ส้มจี๊ดร่ายปาก (กา) แบบนี้ เป็นเพราะว่าเราเดินเข้าห้าง จะเห็นได้เลยว่ากำลังซื้อมันซบเซา แต่จะว่าไปส้มจี๊ดอาจจะไม่รอบคอบก็ได้ เพราะกำลังซื้ออาจจะผ่านจากห้างไปสู่ Discount Store จำพวกกลุ่มก๊อดซิล่าก็ได้ ก็ท่านพี่ Lotus, Makro, Big C, คาร์ฟูร์ เจ้าค่ะ กลุ่มนี้ดูดคนไปได้มาก และกระจายไปตามชุมชนต่าง ๆ ทั่วถึงกว่าห้าง เลยทำให้ห้างหงอยก็เป็นได้เจ้าค่ะ ดังนั้นมันจึงดูเหมือนซึม แต่ไม่ซึม อุ๋ย ปวดหัวเจ้าค่ะ

    ทีนี้มาเล่นอีกดัชนีดูเจ้าค่ะ ก็ตัวเลขการจับจ่ายซื้อของขวัญปีใหม่ พวกการ์ดอวยพร, กระเช้าของขวัญ ตัวเลขนี้ก็ดูดี ก็คือกลุ่ม SME พากันซื้อเอา ๆ ก็แสดงว่าเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว แต่ไม่รู้ว่าเป็นเพราะกระแส CRM (Customer Relationship) หรือเปล่า เลยจับจ่ายกัน หรือว่ามันมีแนวโน้มต้องผูกสัมพันธ์ หลังจากว่างเว้นไปสองสามปีแล้ว แต่ก็ถือว่าภาพรวมมันเริ่มกระเตื้องขึ้น แต่พอไปดูปัจจัยที่เกี่ยวกับผลการดำเนินการธุรกิจ มันผกผันไปเลยเจ้าค่ะ ตัวเลข NPL อย่างนี้ มีทีท่าจะพุ่งปรี๊ดปร๊าด น้ำมันก็ไม่ย่อหย่อนเดี๋ยวขึ้นเดี๋ยวลง แต่ทีท่าจะชอบขึ้นมากกว่าลง หุ้นนี้จากต้นปี 2543 ประมาณ 400 กว่าจุด เหลือ 200 กว่าจุดปลายปี 2543 โดยเฉพาะเขาบอกว่า “ปีนี้ สหรัฐมีทีท่าฟองสบู่จะแตก” แล้วส่งออกจะเหลืออะไร

    มันก็เลยดูเหมือนยิ่งมืด จุดเทียนแล้ว เพ่งแล้ว ก็เห็นแต่ความมืด ส้มจี๊ดที่เก่งนั่งทางใน ก็ได้แต่ปลง นอกจากปัจจัยเศรษฐกิจ ปัจจัยสังคมยิ่งน่ากลัว เรื่องจิตใจชนชั้นกลางที่ตั้งหวังไว้เยอะ แต่มีทีท่าจะต้องไปหาหมอโรคจิตมากกว่าจะหวังกับรัฐบาลใหม่ รวมทั้งความมั่นคงของประเทศที่มีทีท่ารุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะกระทรวงต่างประเทศที่เก่งแต่สร้างภาพในเวทีระดับโลก WTO, สหประชาชาติ, AFTA บ้าง แต่อ่อนกับเรื่องรอบรั้วข้างบ้านเราเอง ทำไปทำมาดูเหมือนไทยจะโดดเดี่ยวเอามาก ได้แต่หวังพระสยามเทวาธิราชจะคุ้มครองอยู่ร่ำไป ปัญหาชุมชนที่ปะทะกับสิ่งแวดล้อมตามโครงการต่าง ๆ เหล่านี้ยิ่งทำให้ภาพดูมืดมัว ถ้าหากนโยบายของรัฐบาลไม่มีการปรับปรุงใหม่ มันชวนขนหัวลุกยิ่งกระไร !

    ถ้าให้ส้มจี๊ดสรุป ก็ขอเพียงให้เศรษฐกิจปี 2544 นั้นเหมือน 2543 ก็ดีมากแล้ว แต่ถ้าหากเกิดมีอัศวินม้าขาวโดดลงมา ต่อสายตรงกับพ่ออุปถัมภ์ ยอมเปิดก๊อกสุดท้ายของประเทศ เหยียบเกียร์ห้า ให้กราฟมันพุ่งฉิว ส้มจี๊ดก็ไม่ขอให้เกิด เพราะเกรงว่าจะไปชดใช้บาปกรรมหลังจากนั้นอีกไม่กี่ปี เหมือนชวน 1 เปิด BIBF พอชวน 2 เสร็จ IMF ได้ “F” เหมือนกันเลย

    เอาเป็นว่าแล้วเราคนตัวเล็ก ๆ จะทำอย่างไรในสภาพแบบนี้ ส่วนตัวส้มจี๊ดเราคงต้องรวมกลุ่มเลือกทางเดินที่เหมาะสม อย่ามัวแต่รอรัฐบาลนำหน้าเลย เพราะมันจะสายเกินการณ์ ซึ่งคนกลุ่มเล็กตามชุมชนท้องถิ่นหลายแห่งเลือกเดินมาแล้ว และสามารถอยู่อย่างผาสุก เช่นสหกรณ์ต่าง ๆ เป็นต้น ขอเพียงแต่รัฐอย่าเข้ามายุ่งมากเกินไป เพราะมันจะฉิบหาย คือถูกดูดไปอยู่กับระบบเก่า (ไม่ว่าแบบคิดใหม่ หรือคิดเก่า) มันก็อยู่ในระบบเก่า แต่เอาเป็นว่าเราต้องปรับตัวบ้าง แม้จะเล็กน้อยก็ยังดีกว่างอมืองอเท้า จริง ๆ นี่คือหัวใจของคอลัมภ์นี้ บ่นแทบตาย ก็ไม่รู้ว่าจะเกิดผลอะไรขึ้นหรือไม่ เหมือนพ่อฟอร์เรสท์ กัมพ์เลยเจ้าค่ะ นั่งบ่นอยู่คนเดียว

    ส้มจี๊ดหวังว่ารัฐบาลใหม่ จะดำเนิน “เศรษฐกิจพอเพียง” แบบจริงจัง มากกว่าประชาสัมพันธ์ เพราะเศรษฐกิจพอเพียงมันคงละเรื่องกับเศรษฐกิจกระแสหลัก มันจะต้องมีวิธีการ หรือมาตรวัดที่แตกต่างจากที่ใช้ในระบบปัจจุบัน ถ้าหากคนรุ่นเก่าทั้งคิดใหม่และคิดเก่าทำไม่ได้ ก็ขอปลูกฝังจิตสำนึกนี้เข้าหาเยาวชน รวมทั้งนำศาสนากลับมาเชื่อมกับชุมชน อนาคตของชาติไทยก็คงมีหวัง ในส่วนธุรกิจก็น่าจะเพิ่มมาตรวัดอีกตัวนอกจากผลกำไรขาดทุนในงบดุล เช่นการช่วยเหลือซึ่งกันและกันในหมู่พันธมิตรธุรกิจ (ซับพลายเออร์, ลูกค้า) เป็นต้น แต่จะเป็นอะไรที่จับต้องได้จริงจังนั้น ก็คงต้องนิ่งคิด และทำกันจริงจัง แสงสว่างปลายอุโมงค์ก็จะแลเห็น.

    Tags: , ,

  • โดย… ต้นตะวัน

    ในร้านอาหารเล็กๆ บนถนนพระอาทิตย์ ที่เป็นที่นัดพบกันระหว่างเพื่อนๆเป็นประจำ วันนี้ถูกเนรมิตเป็นสถานที่จัดงานพบปะสังสรรค์ หรืองานเลี้ยงรุ่นของพวกเรา ทำให้ร้านที่เล็กอยู่แล้วดูคับแคบไปอีก เจ้าของร้านเดินยิ้มแย้มต้อนรับเพื่อนๆถึง 22 ชีวิต บ้างก็มีผู้ติดสอยห้อยตามมาด้วย ทั้งสามีหรือภรรยาและว่าที่ แต่ไม่มีใครพาลูกๆ มาเนื่องจากเป็นมื้อเย็นและมีการวางแผนกันว่าจะมี “ต่อ” ภาคสองกันด้วย

    โต๊ะ อาหารในร้านแปลงร่างมาเป็นโต๊ะกลางแบบบุฟเฟต์ ไม่มีเก้าอี้ตั้งวางให้เปลืองเนื้อที่ ทุกคนเดินทักทายเพื่อนๆ ซึ่งแยกย้ายกันไปทำงานหลากหลายอาชีพ บางคนไม่ได้พบกันตั้งแต่เรียนจบ บ้างก็ไปเรียนต่อเพิ่งกลับมา ในร้านอบอวลไปด้วยมิตรภาพและเรื่องราวในอดีตที่นำมาเล่ากันไม่รู้เบื่อ

    “เสียดายที่หนุงหนิงมาไม่ได้ ไม่งั้นคงสนุกกว่านี้นะตะวัน” ภูยื่นแก้วน้ำผลไม้มาให้

    “แต่ฉันว่ายายหนุงหนิงต้องหาเรื่องบ่นอยู่ดีนั่นแหละ อย่างน้อยก็เรื่องเพลง แล้วก็เรื่องกลิ่นบุหรี่ในร้านนี่”

    “ฉันว่าแม่ครัวของป้อมนี่ทำอาหารอร่อยนะ จัดจานอาหารก็ดูน่ากิน” ภูตักลาบปลาช่อนทอดใส่จาน

    “เป็นไงบ้างตะวัน ลองทานเมี่ยงก๋วยเตี๋ยวหรือยัง” ป้อม เจ้าของร้านเป็นสาวตัวเล็กๆ ท่าทางคล่องแคล่ว เดินเข้ามาพร้อมกับเอกและนพ คนหลังนี่เป็นหุ้นส่วนร้าน และเป็นหุ้นส่วนชีวิตด้วย

    “ทานแล้ว เครื่องเยอะดี และน้ำจิ้มอร่อยมากจ้ะ เมนูใหม่ของร้านหรือเมนูพิเศษวันนี้ล่ะป้อม”

    “ฉันก็ลองดัดแปลงเอง ใส่โน่นใส่นี่ ผักที่เอามารองแผ่นก๋วยเตี๋ยวนี่ก็ใช้ผักกาดหอม ฉันว่าเป็นผักที่สวยดี ทั้งสีและรูปทรงของมัน”

    “จริงสินะ ถ้าใช้คะน้าก็คงดูแข็งๆ ไปหน่อย ดูไม่ค่อยอ่อนหวานเท่า” ภูว่า

    “ผักกาดหอมป้องกันมะเร็งได้จริงๆหรือเปล่า..เอก” ภูหันไปถามเภสัชกรเอก

    “จริงสิ มีแอนติออกซิแดนท์หลายชนิดเลยแหละ ทั้งกรดโฟลิค แล้วก็ลูทีน” เอกอธิบาย

    “ฉันเคยได้ยินแต่เบต้า-แคโรทีน แล้วโฟลิคกับลูทีน นี่ทำหน้าที่เหมือนกันไหม” ป้อมถาม

    “ก็เป็นแอนติออกซิแดนท์เหมือนกันนั่นแหละป้อม คอยไปจับอนุมูลอิสระในตัวเรา แล้วร่างกายก็จะปลอดภัยจากมะเร็งไง ทางมหาวิทยาลัยมินเนโซตาทำวิจัยไว้ว่า ถ้ากินผักกาดหอมสดๆ จะลดการเกิดมะเร็งกระเพาะอาหารได้นะ”

    “ดูท่าทางเธอจะชอบผักกาดหอมนะป้อม ฉันเห็นใช้ตกแต่งจานทุกจานเลย” เอกพูดต่อ

    “ฉันว่ามันสวยกว่าผักชนิดอื่นน่ะ เอามารองจาน หรือจัดตะกร้าก็ได้ แล้วหยิบโน่นนิดนี่หน่อย วางๆประกอบกันเข้าก็สวยแล้วเห็นไหม” ป้อมชี้ให้ดูตะกร้าผักหลากชนิดที่วางประดับบนโต๊ะอาหารแทนแจกันดอกไม้

    “แล้วเธอรู้ไหมว่ายายหนุงหนิงเรียกผักกาดหอมว่าอะไร” ภูถามยิ้มๆ

    “บางคนเขาก็เรียกผักสลัดนะ ทางเหนือเขาเรียกอะไรนะคะนพ” ป้อมหันไปถามคู่หมั้น

    “ผักกาดยี” นพตอบ

    “แต่หนุงหนิงเค้าเรียกว่า ผักเสือก” นายภูพูดหน้าตาเฉย

    “ต๊าย…ทำไมเรียกอย่างนั้นล่ะภู” ป้อมหัวเราะ

    “ก็หนุงหนิงเขาสังเกตว่าเวลาเราไปทานข้าวตามร้านอาหาร จะมีผักกาดหอมเนี่ย แซมมาทุกจาน ไม่ว่าจะเป็นจานทอด จานยำ จานลาบ จานผัดยังเคยเจอเลย” ภูตอบ

    “ตายแล้ว…ถ้าหนุงหนิงกลับมา ฉันต้องหาวิธีตกแต่งจานอาหารฉันใหม่แล้วละ”

    “ตะวันเอาผักที่บ้านมาส่งที่ร้านป้อมสิ ปลอดสารพิษของแท้เลยนะป้อม” นักการตลาดภูเริ่มทำตลาดสินค้า

    “คุ้มตายละ… หรือเธอจะรับอาสาไปรับผักจากบ้านฉันแล้วมาส่งให้ป้อมล่ะ”

    “ปลูกเองไหมป้อม… ประดับบ้านก็ได้” ภูยุป้อม

    “ปลูกง่ายเหรอ”

    “เรื่องนี้ต้องยกให้ตะวัน.. เอ้า..ว่าไงตะวัน”

    “ไม่ยากหรอกจ้ะ ก่อนอื่นต้องเลือกพันธุ์ก่อน มี 3 ชนิดนะ คือชนิดใบห่อเป็นหัว แบบนี้จะสวยมากแต่ต้องปลูกที่อากาศเย็นๆ ส่วนชนิดต้น เขาจะปลูกไว้กินต้น ใบจะเล็กแต่หนา ไม่ค่อยนิยมปลูก อีกชนิดนึงคือพันธุ์ใบ เมืองไทยนิยมปลูกกันเพราะทนร้อนได้ดีกว่า”

    “เออ..ฉันก็เพิ่งรู้ว่ามีหลายพันธุ์นะนี่” ป้อมพูด “ปลูกยังไงล่ะตะวัน”

    “ปลูกในดินได้ทุกประเภทจ้ะ ที่ดีคือดินร่วนปนดินเหนียวหน่อย ตากดินไว้ก่อนสัก 5-7 วัน แล้วใส่ปุ๋ยคอกคลุกกับดินเลย ปลูกหน้าหนาวนี่เหมาะเลยเพราะผักกาดหอมชอบอากาศเย็น จะโตเร็ว ถ้าอากาศร้อนผักจะออกรสขมเลยละ และต้องให้ได้รับแสงเต็มที่ด้วยนะ ถ้าจะปลูกแบบใบห่อเป็นหัวต้องทำแปลงเพาะก่อน ถ้าจะปลูกแบบพันธุ์ใบ ก็หว่านเมล็ดได้เลยจ้ะ ปลูกในกระถางก็ได้ หยอดเมล็ดสัก 3-4 เมล็ด กลบดินหนาสัก 1 เซนติเมตร ใช้หญ้าแห้งคลุมหน้าดิน รดน้ำให้ชุ่มๆ ทุกวัน แรกๆ อาจต้องให้เช้า-เย็น พอเป็นต้นแล้วให้วันละครั้งก็พอ ประมาณเดือนครึ่งก็เก็บกินได้แล้วจ้ะ อย่าปล่อยทิ้งให้แก่เพราะจะขม”

    “อืม…ไม่ยากๆๆ”

    “คุณนี่โชคดีจริงๆนะป้อม เพื่อนๆ หลายอาชีพดีจัง พอคิดถึงกันก็แวะเวียนมาให้ความรู้ถึงบ้าน…ไม่ต้องไปลงทะเบียนเรียนเอง ฮ่าๆๆ”

    Tags: ,

    • นิราศนรินทร์
      ความนุ่มนวลของหนังสือเล่มนี้ ทำให้ผมกลายเป็นหนุ่มโรแมนติกไปหลายชั่วโมง (ก่อนจะคืนสู่สภาพปกติอีกครั้ง) เป็นวรรณคดีเล่มแรกและเล่มเดียวที่ผมอ่านรวดเดียวจบ แน่ล่ะ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะขนาดของเล่ม แต่อีกส่วนหนึ่งเป็นเพราะความงามของภาษาที่ดึงดูดใจผมไว้ได้อยู่หมัด
    • ข้างหลังภาพ
      ผมขอสารภาพว่า ผมชอบงานโรแมนติกแบบนี้มากกว่างานยุคหลัง ๆ ของศรีบูรพา ที่พูดถึงเรื่องราวในเชิงสังคมมากขึ้น อาจจะเป็นเพราะในยุคของผม เรื่องราวเพื่อชีวิตแบบนั้น เริ่มเชยไปเสียแล้ว แต่เรื่องราวแบบข้างหลังภาพยังคงอมตะอยู่เสมอ จุดหนึ่งที่ทำให้วรรณกรรมเรื่องนี้ฝังแน่นอยู่ในใจหลายคนคือ ภาษาที่ละเมียด พิถีพิถัน โดยเฉพาะบทพูดที่ทำให้คนบ้าหนังสือแบบพวกผมจำได้เป็นบรรทัด ๆ โดยครูภาษาไทยไม่ต้องบังคับให้ท่องเพื่อเก็บคะแนนแต่อย่างใด
    • สนิมสร้อย
      นวนิยายหลายอารมณ์โดยฝีมือการประพันธ์ของสุดยอดนักเขียนในใจผม ‘รงค์ วงษ์สวรรค์ ทุกครั้งที่อ่านงานของพี่ปุ๊ จะรู้สึกว่า ไม่ว่าพี่ปุ๊จะเขียนอะไรก็น่าอ่านไปหมด แต่สนิมสร้อย เป็นที่สุดของความสุดยอด พูดได้ว่าอ่านนิยายเกี่ยวกับโสเภณีเรื่องนี้แล้ว รู้สึกจริง ๆว่าได้เข้าไปอยู่ในนั้น ได้สัมผัส ได้ยินเสียง หรือแม้แต่กลิ่นก็โชยออกมาจากหนังสือเล่มนี้ด้วย
    • เรื่องสั้นของ กีย์ เดอ โมปาส์ซังค์
      ในบรรดานักเขียนเรื่องสั้นแล้ว นักเขียนชาวฝรั่งเศสผู้นี้เป็นมากกว่าราชา เขาเป็นมหาราชา เขาเล่าเรื่องของมนุษย์อย่างคนที่เข้าใจมนุษย์ ตัวละครของเขา เราสามารถแตะต้องได้ ดังนั้น แม้เขาจะเขียนเรื่องของคนฝรั่งเศส แต่หลายครั้งเรากลับคุ้น เหมือนว่าตัวละครเหล่านี้อยู่ข้างบ้านเราเอง
    • สเตปเปนวูฟ
      เรื่องราวของชายผู้โดดเดี่ยว นิยายที่แหกคอกที่สุดในบรรดางานเขียนทั้งหมดของเฮอร์มานน์ เฮสเส เป็นหนังสือที่แม้จะอ่านไม่สนุก อ่านแล้วชวนเวียนศีรษะและแสนจะหม่นหมอง แต่ก็เป็นหนังสือที่ท้าทายที่สุด ยิ่งอ่านก็ยิ่งเจอนัยยะที่ซ่อนอยู่ ทุกครั้งที่ได้อ่านในช่วงอายุที่ต่างกัน จะพบความแปลกใหม่ในนิยายเรื่องนี้อยู่เสมอ

    จรูญพร ปรปักษ์ประลัย
    นักเขียน-นักวิจารณ์

    Tags: , ,

  • zen_20

    ท่านเว่ยหล่างฉีกพระไตรปิฎก ท่านจะฉีกจริงหรือไม่นั้นไม่มีใครยืนยัน แต่เจ้าของความคิดนี้เขามุ่งแสดงว่า พระไตรปิฎกทั้ง ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์นั้นอยู่ในใจ อยู่ที่ใจ ไม่ใช่ตำรา

    ฉีกพระไตรปิฎกฉบับภายนอกเสียจึงจะเห็นพระไตรปิฎกแท้ฉบับที่เขียนไว้ที่ใจ “ฉีก” มิได้หมายถึงการฉีก แต่หมายถึงการทำลายความยึดมั่นในตำรานั้น พระไตรปิฎกฉบับแท้ อยู่ในใจที่ใจแล้วตลอดกาลนานมา

    Tags: , ,

  • สวัสดีครับแฟนๆเสพอักษรทุกๆท่าน

    สวัสดีปีใหม่ครับ คงเฉลิมฉลองกันเต็มที่เลยซิ กลับเข้าสู่สภาวะปกติกันอีกครั้ง หรือบางคนอาจจะไม่ปกติก็ได้ เช่นได้โบนัสกันจนล่ำซำ ได้ตำแหน่งหน้าที่การงานที่ใหญ่โตเพิ่มขึ้น บางคนอาจจะโชคดีกว่านั้นไม่ต้องทำงานอีกแล้ว(ตกงาน) แต่ไม่เป็นไรหรอกทำใจของเราให้ปกติก็พอ (อาจต้องใช้เวลาทำใจนานหน่อย)

    เทศกาล ปีใหม่กันทีสิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ หนีไม่พ้นของขวัญหรือไม่ก็ขนมเค็ก ของขวัญที่ผู้เขียนประทับใจมากที่สุดที่เคยได้รับก็คือหนังสือ ไม่ว่าจะเป็นหนังสืออะไรก็แล้วแต่ และของขวัญที่อยากให้ใครๆ ก็เลยเป็นหนังสือเช่นเดียวกัน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องเลือกด้วยว่าควรจะให้หนังสือกับใคร เพราะมีบางคนที่ผู้เขียนให้ของขวัญที่เป็นหนังสือแล้วเขาไม่ประทับใจ แถมพูดจาค่อนขอดเสียอีก นั้นก็ไม่เป็นไรเพราะแต่ละคนต่างจิตต่างใจกัน ให้คุณค่าในสิ่งของต่างๆไม่เหมือนกัน

    หนังสือที่ได้รับเป็นของขวัญนั้นประทับใจทุกเล่ม ส่วนเนื้อเรื่องในหนังสือนั้นคงไม่ประทับใจทั้งหมด ถ้าสามารถเลือกเนื้อเรื่องได้จะเลือกตามนี้ (เอ้าเพื่อนๆคนไหนจะซื้อให้ตามนี้เลยนะครับ เงินสดก็ไม่ขัดข้องครับจะไปจัดหาซื้อเอง รับรองไม่เอาไปหมุนใช้ก่อนแน่นอน)

    1. งานของท่านพุทธทาสทุกเล่ม
    2. งานของคำสิงห์ ศรีนอก(ลาว คำหอม)
    3. งานของอาจินต์ ปัญจพรรค์
    4. งานของศิเรมอร อุณหธูป
    5. งานของชาติ กอบจิตติ
    6. ฯลฯ

    และก็แน่นอนครับที่ผู้เขียนก็อยากให้หนังสือเหล่านี้กับคนอื่นด้วย กว่าเสพอักษรฉบับนี้จะออกคงเลยปีใหม่ไปหลายวันแล้ว คงไม่เป็นปัญหาเพราะของขวัญที่เป็นหนังสือ ให้ได้ตลอดเวลาแม้ไม่ใช่เทศกาลอะไรก็ตาม ส่วนของขวัญที่ผู้เขียนจะมอบให้ผู้อ่านทุกๆท่านก็คงเป็น เสพอักษร นี่แหละครับจะพยายามทำให้ดียิ่งขึ้นๆต่อไป ทั้งสาระและบันเทิงจะไม่ให้ขาดตกบกพร่องเป็นอันขาด ขอให้ติดตามกันต่อๆไปรวมทั้งส่วนอื่นๆในสาระสารด้วยก็แล้วกันครับ สวัสดีปีเก่าพร้อมกับขอต้อนรับปีใหม่

    นักอ่านไส้แห้ง

    Tags: ,