โดย ชีวี ชีวา
“มาคนเดียวหรือ” สาวโต๊ะติดกันทักทาย ยกแก้วขึ้น “ดื่มหน่อย” หล่อนว่า
เขาไม่ปฏิเสธ แต่ยกแก้วช้า
“ใช่ มาคนเดียว” เขาตอบ ยกแก้วดื่ม วางแก้วลง ก้มหน้า . . . ไม่อยากเงยหน้าสบตาหล่อน กลัวหล่อน กลัวอะไรอื่น ๆ ตามมา
หล่อนไม่ได้มาคนเดียว
โต๊ะหล่อนนั่งเบียดกันสี่คน หญิงสองชายสอง เป็นคู่ เป็นเพื่อน เป็นแฟน เป็นคู่นอน เป็น . . .
เขาไม่รู้หลอกว่าเป็นอะไร แต่ลูกผู้ชายแปลกหน้ากัน ห้ามล้ำแดนเกินโต๊ะตัวเอง ยิ่งมีหญิงยิ่งต้องระวัง อาจตายฟรี ตายเปล่า ๆ
แต่เอาเถอะ หล่อนคงเมา หักรายเมากันไป . . . แต่เขามิใช่หรือที่เลือกมาที่นี่ เหมือนว่าไม่มีที่ไป
ร้านเหล้าข้าวต้มโล่ง ๆ ที่เคยนั่ง สั่งเบียร์ขวดสองขวด ดื่มพอมืน ๆ แล้วกลับบ้าน ทำไมไม่นั่ง
มันไม่มีอะไรใหม่หรืออย่างไร มันไม่น่าดูอีกใช่ไหม สี่แยกไฟแดงที่มีรถวิ่ง รถจอด รถแล่นอยู่ไปมา มันจะเชื่อฟังไฟแดงและไฟเขียว . . . แต่บางคนบางคันก็เบี้ยว
เขาเคยนั่งดูครั้งละนาน ๆ มองดูหญิงแก่อีกคน แกนั่งอุ้มแมว ป้วนเปี้ยนอยู่แถวนั้น ไม่เคยเห็นว่าแกจะหายหน้าไปไหน มีลูกมีบ้านหรือเปล่า ไม่เคยถาม . . . แต่ตอนตีสอง แกออกมานั่งอุ้มแมว
คนอื่น ๆ ก็พวกขาจร คนจรจะเข้ามาขอตังค์ซื่อ ๆ ก็ให้กันไป ไม่มากไม่มาย ขอได้ก็ให้ได้ คนมันต้องกินต้องใช้ . . . จะไปคิดอะไร . . .
หรือเขาเบื่อพวกป้ายสกปรกนั่น เขาจึงหลบมาที่นี่
แต่ที่นี่ หล่อนไม่น่าจะมายุ่ง หรือว่าหล่อนเป็นห่วง กลัวว่าเขาจะเหงา เศร้า ดูไม่ดี ไม่มีเพื่อน ไม่มีใครร่วมโต๊ะ
ไม่น่า . . . ผู้ชายวันสามสิบต้น ๆ ไม่น่าจะเปล่าเปลี่ยว หน้าตาก็เท่ดี แต่งตัวเหมือนพวกศิลปินเพลงเพื่อชีวิต ไม่น่าจะมานั่งดื่มเหมือนคนอกหักซ้ำสามซ้ำสี่ . . .
จะเป็นไรไปถ้าจะยกแก้วดื่มให้ ส่งตาให้ ก็บรรยากาศมันให้ ทุกคนที่มาก็เห็น ๆ สนุกสนาน เฮฮา ร้องเพลง ขอเพลง เต้นรำ แม้ห้องจะแคบ แต่ทุกคนเต็มที่ มีเหล้ามีเบียร์ช่วยย้อมใจ มีอะไร ๆ ก็ระบาย . . . ไม่เห็นต้องนั่งซึม และไม่เห็นว่าใครเขาจะมาคนเดียว น้อยสุดก็สองคนต่อหนึ่งโต๊ะกลม เก้าอี้สองตัวหันหน้าคุยกัน จะกอดจูบลูบคลำอุ่นเครื่องกัน เช็คบิลแล้วเคลียคลอกันออกไป ไม่มีใครว่า ไม่แปลก ใครชอบใคร อยากได้ใคร ไม่มีใครเป็นเจ้าของ ทำไมเขาต้อง . . .
หล่อนอาจจะคิดทำนองนี้ มันก็เป็นสิทธิ์ เพราะเขาก็คิด หล่อนมันนางมารชัด ๆ คงอยากเห็นผู้ชายสักคนสองคนลุกขึ้นมาตะบันหน้ากัน
ไม่มีทาง . . . เขาคิด
“เฮ้ ! ชนแก้วหน่อย” น้ำเสียงรื่นเริง คราวนี้ไม่ได้ชนกันกลางอากาศ หล่อนลุกยืน ยื่นแก้วมา เขายกแก้วขึ้น ยื่นออกไป ไม่สนใจผู้ชายร่วมโต๊ะหล่อน เสียงชนแก้วดังกิ๊กบาง ๆ แสดงว่าไม่เมา . . . หล่อนจงใจ ตั้งใจ . . . เขานึกหวั่น ๆ สงสัยต้องมีเรื่อง แต่ทำไงได้ เอาไงเอากัน
เขาดื่มให้หล่อน วางแก้วลง จุดบุหรี่สูบ ลุกขึ้น ปวดฉี่ เดินผ่านครัว เลี้ยวขวา แหวกม่านประตูห้องน้ำ ถึงหน้าโถรูดซิป เงยหน้ามองฝาผนัง
กูไม่เมานี่หว่า เห็นข้อความเต็มลูกตา มากมายเหลือเกิน คงอึดอัด คับแค้น สั่งสม ทับกันไปทับกันมา ดูยุ่ง ๆ แต่อ่านออก รูปวาดไม่ต้องอ่าน ชัดเจน แจ่มแจ้ง
รูปกล้วยหอมเป็นหวี ๆ แยกหวี รูปโยนีกลับหัวในกรอบสามเหลี่ยม มีข้อความบรรยาย
“ไอ้รมต.หัวกล้วย ไอ้นักการเมืองหน้า . . . กูไม่ไปเลือกมึงหรอก”
เขาอ่านออกแล้วอมยิ้ม นึกชอบ นึกอยากตอบโต้
“ทำไม มีอะไร ก็กูจะไปเลือกของกู มันดีกว่าไม่มีอะไรให้เลือกโว้ย มึงเองน่ะ เฮงซวย กล้วยมึงคงเหี่ยวแล้วสิท่า ยิ่งแม่งเป็นรายหัว เอาทีละจังหวัด ๆ วันนี้จังหวัดนึง พรุ่งนี้จังหวัดนึง จนกว่า . . . เลือกเสร็จแล้วก็ตามไปยิ่งแม่งให้หมด มึงมีปืนหรือเปล่า ปืนน่ะ ไม่ใช่กล้วย มือปืนเจ๋ง ๆ น่ะ เอาไปยิ่งแม่งให้หมดโครตเลย ไอ้เหี้ย มึงน่ะไม่แน่จริงนี่หว่า”
เขานึกขำ ไม่รู้ว่าถ้อยคำ ความคิด มันเดือดพลุ่งขึ้นได้อย่างไร ปกติเขาแค่เหม็นเบื่อ ไม่เคยนึกด่าใคร เขาแค่เข้ามาเยี่ยว . . .
เยี่ยวเป็นการขึ้นสวรรค์ เป็นการปลดทุกข์ ไม่น่า . . .
เขาเยี่ยวเสร็จแล้วสะบัด ๆ ปิดหน้าต่าง ล้างมือในอ่างหน้ากระจก ลูบหน้าลูบตาเสียหน่อยหนึ่ง เดินเอ้อระเหยออกมา สวนทางกับหล่อน
ยิ้มหล่อนหวานเยิ้ม
“มาคนเดียว . . . ” หล่อนถาม
เขาคิด หล่อนคงเมาจริง ๆ
“ก็มาคนเดียว”
“เดี๋ยวนั่งด้วยได้ไหม” หล่อนว่า
“อย่าดีกว่า” เขาพูด
“ทำไม” หล่อนถาม
“ไม่ดี” เขาตอบ
“หมายความว่าไง” หล่อนถาม คงไม่เข้าใจจริง ๆ
“เออน่า . . . นี่จะเข้าห้องน้ำใช่ไหม” เขาตัดบท
“ใช่ . . . เข้าห้องน้ำ จะเข้าด้วยกันมั้ยละ” หล่อนชวนเขาตรง ๆ
“ไม่” เขาพูดตรง
“งั้นคราวหน้า” หล่อนต่อรอง
“ไม่รู้ ไม่แน่ใจ . . . อาจไม่มาอีก” เขาว่า รำคาญหล่อนเต็มที
“แปลก” หล่อนพูด สายตาเหยียด ๆ ผละเข้าห้องน้ำ
เขากลับมานั่งโต๊ะ ยกแก้วขึ้นดื่ม . . .
หล่อนคงเสียใจ ก็ให้ท่าให้ท้ายถึงขนาดนั้น หล่อนคงปราศจากเงื่อนไขจริง ๆ แต่เขาไม่รู้สึกสนุก . . .
ก็หล่อนเป็นใคร มาจากไหน เมาจริงหรือไม่เมา
จริง ๆ แล้วมันเหงากันถึงเพียงนี้เชียวหรือ . . .
มันเหงาจี๊ด ๆ ขึ้นมา แล้วอยากเอาใครสักคนก็ต้องเอา ต้องเอาให้ได้ใช่ไหม . . .
เขาเอามือกุมขบับ อยากนอน อยากพักผ่อน ไม่มีอารมณ์ทางเพศ
หลังโต๊ะที่เขานั่งเป็นผนัง มีโปสเตอร์รูปต้นไม้ใหญ่ ใบไม้หล่นเกลื่อน น่าเข้าไปนอนเล่น มือประสานท้ายทอย เหยียดขาข้างหนึ่ง อีกข้างชันเข่า ตามองฟ้า มองก้อนเมฆ สองหูฟังเสียงนกร้อง เสียงน้ำไหล ไม่รับรู้อะไรอื่น . . .
ป้ายสกปรกเกลื่อนเมือง ข้อความเลอะเทอะในมุมแคบ ๆ ของห้องน้ำ
มันน่าจะเป็นโลกในโปสเตอร์ ให้เขาเข้าไปนั่งหรือนอนเล่น จริง ๆ แล้วครึ้ม ๆ เคลิ้ม ๆ อยู่กับมัน อยู่ให้นานที่สุด
“ไง . . . เอามือกุมหัว ไม่หนุกเลยหรือ” เสียงของสาวเดินโต๊ะ เข้ามากระซิบข้างหู
“หนูเห็นพี่สามสี่คืน มานั่งเงียบ ๆ หนูรินเบียร์ให้ ไม่เห็นพี่พูด เอาแต่พยักหน้า เพลงก็ไม่ร้อง ถามจริง ๆ พี่อกหักมาหรือเปล่า”
อกหัก . . . อกหักอะไร หรือเขาอกหักจริง ๆ อกหักทุกวัน แต่อกหักอะไร คิดแล้วยิ้มให้หล่อน
อายุหล่อนสักยี่สิบกว่า ๆ
“เปล่า . . . มีแต่หักอกคนอื่น” เขาเฉพูดแล้วหัวเราะออกมาดัง ๆ แต่มันก็ไม่ดังพอที่จะกลบเสียงเพลง “หลวงพ่อคูณช่วยที . . . หลวงพ่อคูณช่วยที” ที่มีคนออกไปเต้นยิก ๆ แย็ก ๆ อยู่เต็มทางเดิน
“จริงแฮะ พี่หักอกคนอื่น” พูดยิ้ม ๆ . . . “งั้นคืนนี้ พี่จะลองหักอกหนูดูไหมล่ะ” หล่อนว่า
นี่มันอะไรกันโว้ย ! เขาเดือดโพล่งอยู่ข้างใน หล่อนก็เหมือนหล่อน ในห้องแคบ ๆ คาราโอเกะ ที่มีโปสเตอร์ต้นไม้ ใบไม้ร่วง สายน้ำไหล โปสเตอร์อื่น ๆ ก็เป็นหญิงเปลือยแอ่นอกท้าทาย ยั่วยวน เหมือนมิวสิควิดีโอ เหมือน ๆ กันเกือบจะทุกเพลง ไม่ว่าเพลงเพื่อชีวิตหรือไม่เพื่อชีวิต
ไฟยังหมุนอยู่เหนือเพดาน
มีดี.เจ.อยู่ด้านหน้าประตูเคาน์เตอร์ คอยเปิดเพลงตามคำขอ มีไมค์ลอยที่ลอยไปลอยมาตามโต๊ะต่าง ๆ
“ก็น่าจะได้นะ” เขาพูด “เสียแต่อกหนูมันใหญ่ พี่คงหักไม่ลง” พูดแล้วมองหล่อน สีหน้าหล่อนเปลี่ยนไป
หล่อนคนเข้าห้องน้ำ กลับมานั่งโต๊ะ ชำเลืองเขากับสาวเดินโต๊ะ เป็นสายตาโกรธแค้นอยู่หน่อย ๆ
ก็ช่างหล่อน . . . เขานึก
“พี่หักไม่ลง หนูช่วยหักก็ได้ หักของพี่” เขาโดนย้อน พร้อมมือหล่อนที่วางแปะบนหน้าขาของเขา
“เสียใจ คืนนี้มีคนจอง เขาจะหักของพี่” เขาพูด มองไปที่โต๊ะหล่อน
“หนูอด” หล่อนว่า “งั้นคืนใหม่หนูขอ ว่าแต่คืนนี้หนูอยากเห็นพี่ร้องเพลง ขอเพลงก็ได้ ขอสักเพลง”
สงสัยเขาต้องตามใจหล่อน
แต่นึกไม่ออกว่าจะร้องหรือขอเพลงอะไรดี
“มีไหม” เขาเริ่มนึกขึ้นได้ “. . . มีหรือเปล่า”
“มี” หล่อนบอก
เขาแทบจะไม่เชื่อ นักฝันยังมีอยู่อีกหรือ แล้วรางวัลใครจะเป็นคนให้
“ถ้ามีพี่ขอ แต่ไม่ต้องบอกว่าโต๊ะสิบขอ”
“ตกลง” หล่อนรับคำ เดินไปด้านหน้า เขามองตาม เห็นหล่อนบอกดี.เจ. สักครู่ใหญ่เพลงประกอบภาพและถ้อยคำปรากฎบนจอ เป็นภาพผู้หญิงนุ่งน้อยห่มน้อย
เพลงจบ สาวเดินโต๊ะกลับมาที่โต๊ะ ต่อว่าด้วยน้ำเสียงโกรธ ๆ
“ไม่เห็นพี่ร้อง พี่มองอะไรอยู่”
“มองไฟ” เขาพูด
“ไฟ ที่ไหน” หล่อนถาม
“ตรงซุ้มประตู” เขายังมองอยู่ “มันเหมือนจะเหมือน แต่ไม่เหมือน”
“เหมือนอะไร” หล่อนงง ๆ
“หิ่งห้อย รู้จักไหม” เขาว่า
“รู้จัก มีอะไรหรือ”
“ไม่มีอะไร เช็คบิลให้พี่ที ขอใบเสร็จด้วย”
หล่อนงงอีก “ไม่มีใบเสร็จ”
. . . . . . . . . . . .
เขาผลักประตูออกมา ! เดินผ่านป้ายตามราวถนนผุดโผล่มากมาย ดำ แดง เขียว ขาว เห็นคนจร เห็นคนเมาโก่งคออ้วกอยู่ข้าง ๆ ร้านเซเว่นฯ . . . เห็น . . . เห็น และไม่เห็น . . . หิ่งห้อย !
ตีพิมพ์ครั้งแรกในหนังสือสนามหลวง
ได้รับอนุญาตถูกต้องจากผู้เขียน.













