จีนพยายามอย่างยิ่งเพื่อให้ได้เป็นสมาชิก WTO มาร่วม 13 ปีกว่าแล้วแต่ก็ยังไม่สำเร็จสักที จนเมื่อวันจันทร์ที่ 15 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ผู้แทนการเจรจาของจีนและสหรัฐได้ลงนามรับรองข้อตกลงสำคัญ เพื่อปูทางไปสู่การรับจีนเข้าเป็นสมาชิก WTO จนได้หลังจากที่ได้เจรจากันอย่างเคร่งเครียดติดต่อกันนานถึง 6 วัน หลังจากที่การเจรจาล่าสุดที่ผ่านมาสะดุดลงเมื่อสหรัฐถล่มสถานทูตจีนในกรุง เบลเกรด ประเทศยูโกสลาเวียเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาก่อนนางชาร์ลีน บาร์เชฟสกี้ ( Charlene Barchefsky ) ผู้แทนการค้าสหรัฐ และ นายสือ กวงเซิง ( Shi Guangsheng ) รัฐมนตรีการค้าต่างประเทศ และความร่วมมือทางเศรษฐกิจของจีนซึ่งเป็นหัวหน้าทีมเจรจาได้เป็นตัวแทนการลง นาม
การลงนามครั้งนี้เป็น ก้าวที่สำคัญสำหรับจีนเพราะสหรัฐเป็นอุปสรรคที่สำคัญตลอดมา สาระสำคัญก็คงเป็นการต่อรองผลประโยชน์ของประเทศทั้งสองในการลงทุนทางธุรกิจ อาทิเช่น การอนุญาตให้อุตสาหกรรมภาพยนตร์ฮอลลีวูดของสหรัฐส่งภาพยนตร์เข้ามายังจีนได้ 40 เรื่องต่อปีทันที และเพิ่มเป็น 50 เรื่องภายในสามปี นอกจากนั้นในนาทีสุดท้ายก่อนจะตกลงกันได้นายกรัฐมนตรี จู หรงจี ( Zhu Rongji ) ของจีนถึงกับต้องยอมอนุญาตให้ต่างชาติถือครองหุ้นของกิจการโทรคมนาคมได้ถึง ร้อยละ 50 ทั้ง ๆ ที่รู้กันว่าโทรคมนาคมเป็นอุตสาหกรรมที่เข้มแข็งของตะวันตก นายกรัฐมนตรี จู หรงจี มีบทบาทสำคัญอยู่เบื้องหลังในการตกลงครั้งนี้ เพราะเป็นความรับผิดชอบและผลงานชิ้นสำคัญของเขา หลังจากที่พลาดมาแล้วเมื่อครั้งที่เขาเดินทางไปเยือนสหรัฐในเดือนเมษายนที่ ผ่านมา
กว่าจีนและสหรัฐจะตกลงกันได้คราวนี้ต่างก็งัดลูกไม้ขึ้นมาใช้กันอย่างแพรวพราว นางบาร์เชฟสกี้ถึงกับสั่งให้ลูกทีมเก็บกระเป๋ากลับบ้านหลายหนกว่าจะตกลงกันได้ ตอนแรกทีมเจรจาของสหรัฐตั่งใจจะใช้เวลาเจรจาเพียงสองวันเริ่มตั้งแต่วันที่ 10 และเก็บกระเป๋าพร้องตีตั๋วกลับบ้านตั้งแต่วันศุกร์ที่ 12 จนกระทั่งได้รับโทรศัพท์เมื่อเช้ามืด 03.15 น. ในวันเสาร์ว่านายกรัฐมนตรี จู หรงจี ต้องการจะพบในอีกไม่กี่ชั่วโมงถัดมา ในการพบปะนั้น ทีมเจรจาจากสหรัฐรับทราบว่าประเด็นสำคัญคือการควบคุมการโทรคมนาคมโดยต่างประเทศ และการควบคุมสื่อบันเทิงโดยต่างประเทศนั้น เป็นสองประเด็นที่อ่อนไหว ซึ่งบรรดาฝ่ายขวาและกองทัพไม่ค่อยสบายใจนัก การพบปะกับนายกรัฐมนตรี จู หรงจี ในคราวนี้นับเป็นครั้งแรกที่ทีมเจรจาจากสหรัฐเห็นเค้าลางแห่งความสำเร็จ
แต่การเจรจาในเช้าวันอาทิตย์ที่ 14 ยิ่งหนักเข้าไปอีก ทีมเจรจาจากสหรัฐกลับโรงแรมและเก็บกระเป๋าเตรียมกลับบ้านเป็นครั้งที่สอง แต่แล้วก็ถูกเรียกให้เข้าพบกับรัฐมนตรีสือ กวงเซิงอีกในวันจันทร์แต่ก็เจรจากันไม่ได้จนนางชาร์ลีนเดินกลับออกไป และเผอิญได้พบกับสมาชิกสภาประชาชน วู ยี ซึ่งได้แจ้งว่านายกรัฐมนตรี จู หรงจี กำลังเดินทางมาร่วมประชุมด้วย และในที่สุดทั้งสองฝ่ายต่างก็ตกลงกันได้ ณ การเจรจานั้น
หลังจากการลงนามทีมเจรจาจากสหรัฐได้รับเชิญให้ไปเยี่ยมชม Private Pavilion ที่ จงหนานไห่ในกรุงปักกิ่งโดยมี ประธานาธิบดี เจียงเจ๋อหมินคอยดูแลด้วยตนเอง ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นว่าจีนให้ความสำคัญ และพอใจกับความสำเร็จในการเจรจาครั้งนี้เพียงใด ทางด้านสหรัฐเอง ประธานาธิบดีคลินตันถึงกับออกมายกย่องว่าเป็นความคืบหน้าครั้งสำคัญ ในอันที่จะรับจีนเข้าเป็นสมาชิก WTO
ผ่านด่านสำคัญที่สุดมาได้ แต่จีนก็จะต้องไปเจรจาเรื่องเดียวกันนี้กับสหภาพยุโรปในสัปดาห์หน้า ก่อนที่จะถึงกำหนดเวลาที่ 134 ชาติสมาชิก WTO จะเปิดการเจรจาเสรีการค้าโลกรอบใหม่ที่นครซีแอทเทิล สหรัฐอเมริกาในวันที่ 30 พฤศจิกายนศกนี้





